ReadyPlanet.com
dot
dot dot
ภูทอก จ.หนองคาย

 ภูทอก
ภูสวรรค์แดนนิพพาน

 ***************

 

ประวัติความเป็นมา

                   ภูทอก ในภาษาอีสานแปลว่า ภูเขาที่โดดเดี่ยว เป็นที่ตั้งของวัดเจติยาคีรีวิหาร (วัดภูทอก) อยู่ในอาณาเขตบ้านคำแคน ตำบลนาแสง อำเภอศรีวิไล  จ.หนองคาย ภูทอกมี 2 ลูกคือ ภูทอกใหญ่ และภูทอกน้อย ส่วนที่นักแสวงบุญและนักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถชมได้คือภูทอกน้อย  ส่วนภูทอกใหญ่อยู่ห่างออกไป  ยังไม่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวไปชมได้ตามปกติ  ในอดีตอาณาบริเวณนี้เคยเป็นป่าทึบ มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่มากมาย  ต่อมาพระอาจารย์จวน  กุลเชฏโฐ ได้เริ่มเข้ามาจัดตั้งเป็นแหล่งบำเพ็ญเพียร เพื่อให้พุทธศาสนิกชนปฏิบัติธรรม เนื่องจากเป็นสถานที่เงียบสงบ เหมาะแก่การบำเพ็ญสมณะธรรมของภิกษุ-สามเณรและพุทธศาสนิกชนทั่วไป  

                    ในเวลาต่อมา  ก่อนที่พระอาจารย์จวนจะละสังขาร  ได้เล็งเห็นการณ์ไกลที่จะช่วยเหลือชาวบ้านแถวนี้ให้มีรายได้อย่างยั่งยืนและถาวร   เป็นการตอบแทนบุญคุณญาติโยมที่มีอุปการะ  จึงได้ริเริ่มจัดสร้างสะพานไม้และบันไดขึ้นชมทัศนียภาพรอบ ๆ ภูทอก  เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพุทธรักษ์  คือการท่องเที่ยวในเชิงการแสวงบุญหรือธรรมจาริก  นักท่องเที่ยวจะได้ประโยชน์จากการเที่ยวชมธรรมชาติคือขุนเขาลำเนาไพรและได้ศึกษาพุทธศาสนา  ส่วนชาวบ้านจะได้ประโยชน์จากการจำหน่ายสินค้าและธุรกิจร้านอาหาร (เงินจะสะพัด) 
                    นี่คือการช่วยเหลือประชาชนในแนวทางของพระอริยะ  ส่วนพระที่ช่วยเหลือประชาชนโดยการบอกเลขใบ้หวย  เป็นการช่วยเหลือที่ไม่จีรังยั่งยืน
  
     
 ภูทอก  เจดีย์พิพิธภัณฑ์ พระอาจารย์จวน กุลเชฎโฐ  ป้ายบอกรายละเอียด (คลิ๊กอ่าน)
     
ศาลาพักผ่อนริมสระน้ำ ไหว้พระก่อนขึ้นภู ประตูสวรรค์ขึ้นภูทอก
     
 หยุด...! อยู่ตรงนั้น ถ้าท่านส่งเสียงดัง  ป้ายบอกชั้นที่ 1 ทางเดินชั้นที่ 1

    บันไดขึ้นภูทอก

                    การขึ้นภูทอกนั้น  ท่านพระอาจารย์จวนเริ่มก่อสร้างบันไดไม้สำหรับไต่ขึ้นไปในปี พ.ศ. 2512 ซึ่งมีทั้งหมด 7 ชั้น ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 5 ปีเต็ม บันไดทั้ง 7 ชั้น แตกต่างกัน ดังนี้ 

          
ชั้นที่ ๑.  เมื่อนักแสวงบุญเดินผ่านประตูสวรรค์เข้าไป  แม้จะไม่มีป้ายบอก  แต่ก็ถือว่าเข้ามาอยู่ในอาณาบริเวณชั้นที่ 1 แล้ว   ชั้นที่หนึ่งนี้นักแสวงบุญจะได้สัมผัสกับต้นไม้ใบหญ้าหลากชนิดนานาพันธุ์ 

          ชั้นที่ ๒  เป็นบันไดไม้ยาวทอดรับจากชั้นที่ 1 (ดูภาพประกอบ) เมื่อเดินตามสะพานไม้ไปเรื่อย ๆจะเห็นสถานีวิทยุชุมชนของวัดอยู่ด้านขวามือ  ชั้นที่หนึ่งและสองมีทัศนียภาพที่ไม่ต่างกันมากนัก 

          ชั้นที่ ๓  เป็นสะพานเวียนรอบเขา สภาพเป็นป่าเขามืดครึ้ม มีโขดหินลานหิน สุดทางชั้นที่ 3 มีทางแยกสองทาง (ดูภาพประกอบ) ทางซ้ายมือเป็นทางลัดผ่านชั้น 4 ไปสู่ชั้นที่ 5 ได้เลยซึ่งเป็นทางค่อนข้างชัน ผ่านซอกหินที่มีลักษณะเหมือนอุโมงค์  ส่วนทางขวามือเป็นทางขึ้นสู่ชั้นที่ 4 แล้ววกขึ้นชั้นที่ 5 เป็นทางอ้อม  (ขอแนะนำว่าควรขึ้นทางนี้  แล้วลงทางนั้น(ทางลัด))

          ชั้นที่ ๔  เป็นสะพานลอยไต่เวียนรอบเขา มองไปเบื้องล่างจะเห็นเนินเขาเตี้ยๆ สลับกัน เรียกว่า “ดงชมพู” ทิศตะวันออกจดกับภูลังกา เขตอำเภอเซกา ซึ่งมีสภาพเป็นป่าดิบ มีแม่น้ำลำธารหลายสายไหลผ่าน มีสัตว์ป่ามากมายอาศัยอยู่ โดยเฉพาะมีฝูงกามาอาศัยอยู่มาก จึงเรียกกันว่า ภูรังกา แล้วเพี้ยนมาเป็นภูลังกาในที่สุด  ชั้นที่ 4 นี้ จะเป็นที่พักของแม่ชี รอบชั้นมีระยะทางประมาณ 400 เมตร มีที่พักผ่อนระหว่างทางเป็นระยะๆ 
            
     
ทางเดินชั้นที่ 1 ไปชั้น 2  ทางตรง(ลัด)จากชั้น 3 ไปชั้น 5
(ทางขวามือไปชั้น 4 แล้ววกไปชั้น 5)
 ทะลุผ่านซอกหินดุจอุโมงค์
     
ทางขึ้นชั้น 5 ถ้ำพระ หรือศาลากลาง ชั้นที่ 5  ภายในศาลากลางชั้น 5 หรือถ้ำพระ
     
สะพานหินทอดสู่พุทธวิหาร  สะพานหิน  สะพานไม้  ข้ามไปสู่พุทธวิหาร    พุทธวิหาร  (คลิ๊ก)


 


พุทธวิหาร ก้อนหินประหลาด  ตั้งอยู่อย่างน่าหวาดเสียว  น่าอัศจรรย์พอกันกับพระธาตุอินทร์แขวนที่ประเทศพม่า (มองจากชั้นที่ 6)
หากใครมีเงินไม่มากพอที่จะไปไหว้พระธาตุอินแขวนที่ประเทศพม่า  มาไหว้พุทธวิหารแทนก็ได้  ได้บุญพอ ๆ กัน

            ชั้นที่ ๕  หรือชั้นกลาง เป็นชั้นที่สำคัญที่สุดแต่ไม่ได้สวยที่สุด (สวยที่สุดคือชั้น 6)  มีศาลากลางและกุฏิที่อาศัยของพระ และเป็นที่เก็บศพของพระอาจารย์จวนไว้ด้วย ตามช่องทางเดินจะมีถ้ำอยู่หลายถ้ำ เช่น ถ้ำเหล็กไหล ถ้ำแก้ว ถ้ำฤาษี ฯลฯ ตลอดเส้นทางสู่ชั้นที่ 6 มีที่พักเป็นลานกว้างอยู่ราว 20 แห่ง มีหน้าผาชื่อต่างๆ กัน เช่น ผาเทพนิมิตร ผาหัวช้าง ผาเทพสถิต ฯลฯ ถ้ามาทางด้านเหนือจะเห็นสะพานหินธรรมชาติทอดสู่พุทธวิหาร อันเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ด้วย มองออกไปจะเห็นแนวของภูทอกใหญ่อย่างชัดเจน และมีบันไดเวียนขึ้นสู่ชั้นที่ 6

               พุทธวิหาร  แปลว่า สถานที่พักผ่อนของท่านผู้ตรัสรู้แล้ว  เป็นสถานที่เก็บพระบรมสารีริกธาตุและเป็นที่พระอริยหลายองค์มาพักผ่อนและละสังขารที่นี่  มีลักษณะที่แปลกและน่าอัศจรรย์ที่สุด  คล้ายกับพระธาตุอินทร์แขวนที่ประเทศพม่า  ปัจจุบันมีสะพานไม้เชื่อมต่อระหว่างสะพานหินกับพุทธวิหาร
          ในอดีตก่อนที่จะมีการสร้างสะพานไม้เชื่อมต่อ  บุคคลธรรมดาไม่อาจข้ามมาที่พุทธวิหารได้  เพราะมีหุบเหวขวางกั้น  แต่มีบุคคลอยู่ประเภทหนึ่งที่สามารถปรากฎตัวที่พุทธวิหารได้  คือพระอรหันต์และท่านผู้ทรงอภิญญา  ท่านเหล่านี้จะมาพักผ่อนที่พุทธวิหารเองโดยการเดินบนอากาศหรือเหาะข้ามมา  เพราะต้องการปลีกวิเวกและไม่ให้ใครมารบกวนได้  ดังนั้น หินประหลาดก้อนนี้จึงถูกเรียกว่า พุทธวิหาร  ซึ่งแปลว่า  สถานที่พักผ่อนของท่านผู้บรรลุแล้ว    
          ในปัจจุบันแม้ว่าจะมีสะพานไม้เชื่อมต่อระหว่างสะพานหินกับพุทธวิหารแล้วก็ตาม  แต่นักแสวงบุญทั่วไปก็ไม่อาจเข้าไปสัมผัสพุทธวิหารใกล้ชิดกว่านี้ได้  เพราะทางวัดปิดประตูไว้  เนื่องจากเทวดาที่รักษาพระบรมสารีริกธาตุทนเหม็นกลิ่นสาบมนุษย์ไม่ไหว  ทางวัดจึงอนุญาตให้นักแสวงบุญมาได้แค่ปากประตูเท่านั้น (แค่นี้ก็ดีแล้ว)
               ความอัศจรรย์ของพุทธวิหาร  คือ หินก้อนนี้แยกตัวออกมาจากหินก้อนใหญ่แล้ว  แต่ไม่ตกลงมา  เพราะตั้งอยู่ได้ฉากกับพื้นโลกพอดี  ข้อนี้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่รู้  เพราะไม่ค่อยสังเกต  หากอยากเห็นชัด ๆ ให้เดินมาที่ฐานของพุทธวิหาร  จะเห็นได้ชัด  หรือสังเกตุดูที่ภาพถ่ายก็ได้  การที่พุทธวิหารตั้งอยู่ได้โดยไม่ตกลงมาถือได้ว่า น่าอัศจรรย์พอ ๆ กันกับพระธาตุอินทร์แขวน  
              
สะพานหิน  ยาวทอดตัวออกมาจากภูทอก  ยื่นออกมาทางพุทธวิหาร (ดูภาพประกอบ)  เมื่อยืนบนสะพานหินจะสามารถมองเห็นภูทอกใหญ่และมองเห็นทัศนียภาพสองฟากฝั่งได้อย่างชัดเจน  รวมทั้งสูดอากาศที่บริสุทธิ์ด้วย  คล้ายกับอยู่บนสรวงสวรรค์ก็มิปาน
               สะพานไม้  มีความยาวประมาณ 10 เมตร  เป็นสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างสะพานหินและพุทธวิหาร  เป็นดุจสิ่งที่เชื่อมต่อโลกสวรรค์และแดนนิพพานเข้าด้วยกัน  เมื่อยืนอยู่บนสะพานไม้แล้วมองลงไปด้านล่าง  จะเห็นแต่ต้นไม้และหุบเหวที่ลึกสุดหยั่ง (คนขวัญอ่อนมิควรมองลงไป)  จะทำให้ทราบว่า  บุคคลที่สามารถข้ามจากสะพานหินเพื่อไปบำเพ็ญเพียรหรือพักผ่อนที่พุทธวิหารได้  ต้องมิใช่บุคคลธรรมดา  

           ป.ล. เมื่อมาถึงชั้นที่ 5 แล้ว ต้องมาที่สะพานหิน  สะพานไม้ และข้ามมาที่พุทธวิหารให้ได้  ไม่เช่นนั้นจะถือว่ามาไม่ถึงภูทอก (อย่าลืมถ่ายรูปไว้ด้วย)  

   
ดับเบิ๊ลคลิ๊กที่ภาพ เพื่อขยายใหญ่ จะเห็นรอยแยกก้อนหินที่พุทธวิหารอย่างชัดเจน  ตั้งอยู่อย่างหมิ่นเหม่ริมหน้าผา             ดอกเอ็นอ้าน้อย (ราชินีศรีภูทอก)

          ชั้นที่ ๖  เป็นชั้นสุดท้ายของบันไดเวียนรอบเขา  มีความยาว 400 เมตร  เป็นชั้นที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมทัศนียภาพรอบ ๆ ภูทอกได้ดีที่สุดและสวยที่สุด  สิ่งศักดิ์สิทธิ์และน่าชมที่สุดของชั้นนี้คือ  ปากทางเข้าเมืองพญานาคซึ่งอยู่หลังพระปางนาคปรก  มีจุดให้สังเกตุคือมีรอยสีขาวขูดติดกับหินปูน ซึ่งชาวบ้านถือว่าเป็นรอยถลอกที่เกิดจากท้องพญานาคสัมผัสกับหิน  และมีบ่อน้ำเล็ก ๆ ขังอยู่เกือบตลอดปี (ดูภาพประกอบ)    
         
ป.ล. การถ่ายภาพพุทธวิหารให้ได้ภาพงดงามที่สุด  ต้องถ่ายซูมจากชั้นที่ 6 เท่านั้น

          ชั้นที่ ๗ จากชั้นที่หกขึ้นมาชั้นที่เจ็ด  จะมีบันไดไม้พาดขึ้นมา  เมื่อเดินขึ้นบันไดผ่านมาแล้วจะเจอทางแยก  2 ทางเพื่อขึ้นไปบนดาดฟ้าชั้น 7  ทางแรกเป็นทางชัน  ต้องเกาะเกี่ยวกิ่งและรากไม้โหนตัวขึ้นด้านบน  นักท่องเที่ยวจะได้ความสนุกผสมความมันส์ดุจขึ้นเขาคิชฌกูฏ(จันทบุรี)   อีกทางหนึ่งเป็นทางอ้อมต้องเดินเวียนไปทางขวามือ  แต่จะมาบรรจบกันด้านบน  ทางนี้เหมาะสำหรับคนแรงน้อย คนเฒ่า-คนแก่และเด็ก ๆ
          สำหรับชั้นที่เจ็ดบนดาดฟ้านั้นมีเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ เป็นชั้นมหัศจรรย์อีกชั้นหนึ่ง  เพราะนักท่องเที่ยวบางคนประทับใจมาก  ทั้ง ๆ ที่ไม่มีสิ่งก่อสร้างใด ๆ  มีเพียงป่ากับต้นไม้  ส่วนบางคนไม่ประทับใจเลย  บอกว่าไม่เห็นมีอะไร  ส่วนพวกนักท่องเที่ยวผู้มีตาทิพย์หรือมีญาณวิเศษก็บอกว่า ต้นไม้บนดาดฟ้าชั้นที่เจ็ดเป็นวิมานของพวกเทวดาเต็มไปหมด  ดังนั้น คนที่ไม่มีบุญหรือบุญไม่พอ  จะไม่มีโอกาสได้มาถึงชั้นเจ็ดอย่างแน่นอน  ถึงเดินมาก็มาไม่ถึง หรืออาจเดินหลงทางหรือหาทางขึ้นไม่เจอก็เคยมี

             ป.ล. นักท่องเที่ยวผู้มาจากแดนไกล  เมื่อมีโอกาสแล้ว  ควรหาโอกาสปีนมาให้ถึงชั้น 7 จะได้ไม่คาใจ (สิบปากว่า ไม่เท่าตาเห็น) 

หมายเหตุ
          ชั้น 3 - 6 สามารถเดินเวียนรอบได้  ส่วนชั้นนที่ 5 - 7 เป็นแดนสวรรค์  เป็นที่อยู่ของเทวดาชั้นสูง  นักแสวงบุญหรือนักท่องเที่ยวต้องสำรวมระวังกาย วาจา และใจให้มาก  ถ้าจะให้ดีกว่านั้นหรือถ้ามาเป็นหมู่คณะ  ควรรวมกลุ่มกันสวดมนต์สรรเสริญพระรัตนตรัยให้เหล่าเทพฟังด้วยก็จะดี  เป็นการนำบุญมาฝาก  
          ภูทอก  คือแดนสวรรค์ที่มนุษย์สามารถสัมผัสได้โดยที่ไม่ต้องรอให้ตายจริง 

     
แดนสวรรค์ ชั้นที่ 6  พุทธวิหารมองจากชั้นที่ 6 ทางเดินรอบชั้นที่ 6
     
งามดุจทิพยวิมาน ทางเข้าถ้ำเข้าเมืองพญานาคหลังองค์พระ บันไดขึ้นไปสู่ชั้น 6
     
 งดงาม ๆ  ทางขึ้นสวรรค์ชั้น 7  ชั้นที่ 7 มีแต่ป่ากับงู

ป้ายหน้าประตูทางขึ้นภูเขียนว่า  (Click)

ข้อควรปฏิบัติก่อนขึ้นเขา

                    เนื่องจากวัดไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวหรือแหล่งทัศนาจร  หากแต่เป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวทางด้านจิตใจของชาวพุทธเป็นสำคัญ  ผู้เข้าเยี่ยมชม-กราบไหว้ควรปฏิบัติตามกฎที่ทางวัดตั้งไว้อย่างเคร่งครัด คือ
          ๑. ห้ามนำสุรา-อาหารไปรับประทานบนยอดเขาโดยเด็ดขาด 
          ๒.
ห้ามส่งเสียงดังรบกวนพระ-เณรที่กำลังภาวนา
          ๓. ห้ามขีดเขียนสลักข้อความลงบนหิน
          ๔. ห้ามทำลามกอนาจารฉันท์ชู้สาวและควรแต่งกายให้สุภาพ
               (อสุภาพสตรี (แปลว่า สตรีที่แต่งกายไม่สุภาพ) นุ่งน้อย-ห่มน้อย-เสื้อ-กระโปรง-กางเกงสั้น ห้ามขึ้นโดยเด็ดขาด)

สาเหตุที่ห้าม
          ๑. เนื่องจากที่แห่งนี้มีนาค(งู)อาศัยอยู่มาก  และงูเหล่านี้ถือศีลงดกินเนื้อสัตว์  หากได้กลิ่นอาหารจะทำให้ตบะแตกแล้วเลื้อยออกมาหาอาหาร  จะทำให้นักท่องเที่ยวพบสัตว์ที่ไม่พึงประสงค์และจะเป็นอันตรายสำหรับภิกษุ-สามเณรที่อยู่ประจำ
          ๒. หากอนุญาตให้นำอาหารไปทานบนภูทอกได้  ไม่ช้าภูทอกก็จะเต็มไปด้วยขยะ  ระบบนิเวศน์และทัศนียภาพที่สวยงามจะเสียหาย
          ๓.  อสุภาพสตรีที่แต่งกายไม่สุภาพ  ทำให้บุรุษเพศหรือภิกษุ-สามเณรเห็นแล้วเกิดความกำหนัดคือเกิดกิเลส  แม้มนุษย์ด้วยกันจะไม่รู้  แต่เทพยดาที่นี้จะรู้  ดังนั้นจึงได้ห้ามเด็ดขาด
          

     
สะพานไม้ข้ามหุบเหวไปพุทธวิหาร      ป้ายเขียนว่า  "สถานที่ปฏิบัติธรรมของพระเณร
                 มิใช่ แหล่งท่องเที่ยว"  
ห้ามส่งเสียงดัง
  !!
หน้าผาหัวช้าง (ถ่ายจากสะพานหิน)
     
คลิ๊กเพื่ออ่านประวัติ พระอาจารย์จวน บันไดทางขึ้นสู่ชั้น 7 บางช่วงต้องเดินก้มต่ำ
     
ภูทอกใหญ่  สะพานหิน  ไกลออกไปคือภูทอกใหญ่ กุฏิพระ ชั้น 3

การเดินทาง

                    ภูทอกอยู่ห่างจากตัวเมืองหนองคายประมาณ 185 กิโลเมตร การเดินทางจากตัวเมือง  ใช้ทางหลวงหมายเลข 212 ผ่านอำเภอโพธิ์ชัย อำเภอปากคาด และอำเภอบึงกาฬ แล้วเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 222 ถึงอำเภอศรีวิไล จากอำเภอศรีวิไลมีทางแยกซ้ายผ่านบ้านนาสิงห์ บ้านสันทรายงาม สู่บ้านนาคำแคน ถึงภูทอกเป็นระยะทางอีก 30 กิโลเมตร

ปกิณณกะ (เกล็ดเล็กน้อย)
                     เมื่อนักแสวงบุญมาถึงภูทอกแล้ว  มักจะมีไกด์กิตติมศักดิ์คือสุนัขไทยแสนรู้ตัวหนึ่ง  จะอาสาทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์(ผู้นำทาง)  พานักแสวงบุญขึ้นไปชมสถานที่สำคัญ ๆ มัคคุเทศก์ตัวนี้รู้ทุกอย่าง ชำนาญพื้นที่  เพียงแต่พูดไม่ได้ หากใครเพิ่งมาครั้งแรก  ให้เดินตามมัคคุเทศก์ตัวนี้  สิ่งที่เขาอยากจะได้จากการทำหน้าที่นี้คือบุญกุศล  แต่ถ้าจะให้ดีกว่านั้นคืออาหาร  เมื่อเขานำทางนักท่องเที่ยวไปถึงชั้นที่ 5 แล้ว  เขาจะแสดงอาการว่าหิวอาหาร  ดังนั้นนักท่องเที่ยวควรมีอาหาร(เนื้อ)ติดตัวไปด้วย  อย่าให้อาหารแก่เขาบนภูทอกอย่างเด็ดขาด  แต่ควรให้เมื่อลงมาถึงพื้นล่างแล้วเท่านั้น ...!!!

 

Click ชมภาพจาก Web Album
๑. ชุดที่ ๑
๒. ชุดที่ ๒
๓. ชุดที่ 3

 ชม VDO ภูทอกจาก Youtube แบบ Playlist

  

 

วีดีโอนี้เป็นแบบ Playlist มีทั้งหมด 10 ตอน คลิ๊กครั้งเดียวดูได้รวดเดียวจบทั้งหมด
หรือจะกดดูทีละตอนก็ได้   ถ้าอยากดูชัด ๆ  ให้กดดูที่ความละเอียด 480p

 http://www.youtube.com/playlist?list=PLF17B9955487F58B1
 




วัด วัด วัด

วัดเขาแหลมรัตนมุนี
วัดป่าเขาโต๊ะ
วัดพระพุทธบาทเขาหนาม
วัดจอมคีรีนาคพรต
วัดพระธาตุหินกิ่ว
เขาหน่อ - เขาแก้ว
วัดเขาพระอังคาร
วัดอาฮงศิลาวาส
วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์
วัดไทยวัฒนาราม
บรมพุทโธ (วัดป่ากุง)
วัดพระเจดีย์ชัยมงคล
วัดใหญ่ทักขิณาราม
วัดพราหมณี หลวงพ่อปากแดง article
วัดพราหมณี หลวงพ่อปากแดง
พระปฐมเจดีย์



[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (10288)

อยากไปภูทอกอีกในช่วงปีใหม่นี้จังเลย!!!

ผู้แสดงความคิดเห็น Nat วันที่ตอบ 2009-09-02 18:11:44 IP : 124.122.145.72


ความคิดเห็นที่ 2 (11687)

มื่อก่อนก็ไปทุกปีแต่พอมาทำงานแล้วไม่ค่อยได้ไปเลย

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เด็ก บ้าน บ่ (at_bang-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-11-21 16:11:26 IP : 119.42.93.89


ความคิดเห็นที่ 3 (133568)

ไปมาแล้ว จิตใจสงบขึ้นเยอะมากครับ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ต้น วันที่ตอบ 2010-04-07 10:55:30 IP : 58.137.145.233


ความคิดเห็นที่ 4 (133887)

น่าไปจังอะครับ สวยดี

ผู้แสดงความคิดเห็น ็็ดรุษกร (hellinktan_tequila_martini-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-05-29 15:41:41 IP : 183.89.1.27


ความคิดเห็นที่ 5 (134103)

ได้ยินคนที่ได้ไปมาแล้วบอกอัศจรรย์มากคงได้มีโอกาสไปบ้าง แต่บอกได้เลยไม่อยากเข้าวัดเพราะไปเห็นเจ้าอาวาสวัดหนึงอยู่บนภูเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรม ที่ อ.นาแก นครพนม เข้าถึงทำ......อุบาทก์มาก

ผู้แสดงความคิดเห็น คนนาแก วันที่ตอบ 2010-07-05 00:05:27 IP : 183.89.128.157


ความคิดเห็นที่ 6 (134504)

อนุโมทนาบุญสาธุการ  แก่กุศลกรรมดีที่ทุกท่านได้ไปจารึกแสวงบุญที่วัดภูทอก  เห็นแล้วสวยมากอยากไปบ้าง  ถ้ามีบุญอยากไปกับครอบครัว  สามีและลูกชาย  หลวงปู่สมหมายวัดป่าอนาลโยได้ออกปากให้ลูกชายบวชเณรภาคฤดูร้อนปี 2554 แล้วท่านจะพาไปวัดป่าภูทอก

ผู้แสดงความคิดเห็น กสิณา วันที่ตอบ 2010-09-02 10:41:53 IP : 161.200.49.89


ความคิดเห็นที่ 7 (134552)

ไปมาเหมือนกันคับแต่ดันไปหน้าร้อนถ้ามีโอกาสจะไปหน้าหนาวท่าทางจะสวยน่าดู*-*คิดถึง*-*ลิฟน่ะ  

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เด็กอุทัยจัยดี (tovely2010-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-09-14 11:42:02 IP : 180.183.86.234


ความคิดเห็นที่ 8 (134732)

วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2553  เวลาประมาณ 11.00 - 14.00 น.
จะไปทำพิธีเดินธรรมยาตราขึ้นภูทอก อุ้มพระแก้วมรกต 4 องค์ และถือพระไตรปิฎก 91 เล่ม
นำขึ้นไปถวายบนชั้นที่ 5 ภูทอก

ขอเชิญร่วมพิธีด้วยกัน

admin

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2010-10-13 14:38:01 IP : 58.9.234.241


ความคิดเห็นที่ 9 (134810)

อนุโมทนาบุญสาธุการด้วยเจ้าค่ะ  กับกุศลกรรมที่ท่าน admin จะทำเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2553 นี้  อยากไปด้วยทำอย่างไรดีค่ะ

โทรแจ้งได้ไหมค่ะที่ 085-3272828

ผู้แสดงความคิดเห็น กสิณา วันที่ตอบ 2010-10-27 13:41:38 IP : 161.200.49.90


ความคิดเห็นที่ 10 (134816)

จะไปร่วมทำบุญวันเดียวกันเลย หวังว่าจะได้ร่วมพิธีด้วยนะค่ะ เดินทางจากสระบุรีตั้งแต่ วันที่ 11 พย.53 ค่ะ เพื่อไปทอดกฐินที่วัดนาหลวง

จ.อุดร และแวะทำบุญไปเรื่อยๆ ค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น คุณแม่ลูก1 (sarisa90-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-10-27 17:04:02 IP : 118.175.72.65


ความคิดเห็นที่ 11 (134852)

กำหนดการทำบุญ เดินธรรมยาตราขึ้นภูทอก
วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2553

http://www.intaram.org/index.php?lay=show&ac=article&Id=539147764&Ntype=25

1. อุ้มพระแก้วมรกตขนาด 9 นิ้วจากวัดพระแก้ว ไปถวายบนชั้น 5 ภูทอก 4 องค์
2. เดินธรรมยาตราถือหนังสือพระไตรปิฎก 91 เล่มไปถวายประดิษฐานไว้ 1 ชุด (ถือคนละเล่ม)
3. ในระหว่างเดินขึ้น จะทำพิธีโปรยข้าวตอก ดอกไม้ระหว่างทางเดิน (เหมือนพิธีกรรมเทวดา)
4. เดินขึ้นไปทำพิธีทอดผ้าป่าแบบโบราณ ณ ชั้นที่ 7 (ดาดฟ้าภูทอก)
5. ทำพิธีปักธงชาติและธงธรรมจักรไว้บนยอดภูทอก ให้ปลิวไสว สามารถมองเห็นได้จากที่ไกล
6. สวดมนต์ เจริญจิตตภาวนา เพื่อความสงบสุขของชาวโลก 
7. เดินชมทัศนนียภาพรอบ ๆ ภูทอก
8. ในระหว่างงาน จะถ่ายทำวีดีโอด้วยกล้องสองตัว  เพื่อบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์
9. กำหนดการหรือรายละเอียด อ่านได้ที่ link ด้านบน
10. พิธีกรรมแบบนี้ ยังไม่เคยมีใครทำ  แต่ในอนาคต จะมีเรื่อย ๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2010-11-04 13:51:25 IP : 58.9.75.160


ความคิดเห็นที่ 12 (134900)

อยากให้อ่านนะ ได้ไปมาเมื่องานประเพณีบุณบั้งไฟ ตุลา 53ค่ะ สวยมากจริงๆมีโอกาสได้เดินขึ้นไปถึงชั้น 7 วิวสวยมากนับว่าเป็นบุญอย่างล้นหลามที่มีโอกาสมาสถานที่แบบนี้ อยากเชิญชวนทุกคนที่กำลังมองหาที่เที่ยวแบบโหดนิดๆแนะนำที่นี่ค่ะ แต่ว่าการที่จะทำให้ผู้มาเยือนเกิดความประทับใจควรทำตามคำแนะนำนี้นะคะ เนื่องจากที่นี่เป็นที่เที่ยวที่โด่งดังการเดินมาควรสะดวกและปลอดภัย ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ขรุขระตลอดเส้นทาง  ที่แย่ไปกว่านั้นป้ายบอกทางไม่มีความน่าเชื่อถือเลยบางป้ายบอกว่าอีก 20 กิโลถึง ขับรถมาอีกหน่อย บอก 25 กิโลสร้างความงุนงงให้กับคนขับมากซึ่งตลอดทางมีป้ายมากมายที่บอกว่าไปภูทอกแต่ละป้ายห่างกันไม่กี่ก้าวแต่เส้นทางห่างเป็นกิโล ที่เขียนเพื่อที่จะได้ช่วยกันปรับปรุง คนที่มาก็จะได้อยากกลับมาอีกคะ

ขอบคุณค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น หวังดีประสงค์รัก วันที่ตอบ 2010-11-06 21:57:57 IP : 125.24.85.67


ความคิดเห็นที่ 13 (134950)

ยินดีด้วยกับคนที่ไปเยือนภูทอกมาแล้วได้รับความประทับใจไปตามๆกัน แต่สำหรับตัวเราเองวางแผนว่าจะพาครอบครัวไปปีใหม่นี้

ซึ่งมีทั้งคนแก่และเด็กเราไม่แน่ใจว่าจะเป็นที่ๆเหมาะมั้ย ต้องใช้เวลาเดินจากชั้นที่1ไปชั้นที่7 สักที่นาทีกัน คุณแม่เราท่านเหนื่อยง่าย

ท่านจะเดินถึงมั้ยน๊า...ยังไงก็ขอคำแนะนำด้วยนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น มะนาวสีเหลือ (mal-dot-lika-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-11-12 10:01:47 IP : 118.175.88.196


ความคิดเห็นที่ 14 (136789)

 

วิธีการเดินขึ้นภูทอก

1. ก่อนเดินขึ้นไป  ควรเข้าไปกราบพระพุทธรูปก่อน
2. อัญเชิญเจ้าที่-เจ้าทางให้มาแฝงร่างพยุงตัวเรา
3. ดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่สัก 1 ขวดหรือเครื่องดื่มจำพวกกระทิงแดง หรือ M150 ก็ได้
4. เดินขึ้นช้า ๆ ค่อย ๆ เดินขึ้นทีละก้าว ๆ อย่าขึ้นรวดเดียวอย่างเด็ดขาด หากร่างกายไม่แข็งแรงพอ  และควรหยุดพักเป็นระยะ ๆ
5. ชั้น 4 - 6 สามารถเดินเวียนชมทัศนียภาพรอบภูทอกได้ทั้งหมด
6. ชั้น 7 เป็นชั้นดาดฟ้า บางคนขึ้นมาแล้วก็ชอบ บางคนก็ไม่ชอบ,  แต่คนหนุ่มสาวและเด็ก ๆ ควรขึ้นมาชมวิวที่ชั้น 7  เพราะมีอะไรที่ท้าทายมากรออยู่, คนเฒ่า-คนแก่-คนสูงอายุ  มาถึงชั้นที่ 5-6 แล้วเดินเวียนรอบ ก็พอแล้ว
7. ชั้น 7 มีทางขึ้น 2 ทาง  ทางแรกเป็นทางชันมาก  เป็นทางขึ้นตรง ๆ  ต้องปีนป่ายจับรากไม้ช่วยพยุงตัว เหมาะสำหรับคนชอบลุย   ทางที่สองต้องเดินอ้อมไปทางขวาไปสักหน่อย  เหมาะสำหรับคนธรรมดาที่ร่างกายไม่แข็งแรงนัก 

http://www.youtube.com/watch?v=CzgxMHPQnlo

ดูการขึ้นชั้น 7 ตามลิงก์นี้

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2010-12-24 20:06:34 IP : 58.9.239.168


ความคิดเห็นที่ 15 (140010)

ไปมาแล้วบรรยาการดีมากเลย พอดีแฟนผมเป็นคนจังหวัดบึงกาฬ  อำเภอบึงโขงโหลง

ผู้แสดงความคิดเห็น พนมชัย วันที่ตอบ 2011-08-15 14:07:51 IP : 110.168.180.229


ความคิดเห็นที่ 16 (141057)

ภูทอกเ็ป็นสัญญาลักษณ์สำคัญของจังหวัดบึงกาฬเสมอเท่ากับบึงโขลงหลง
 

ผู้แสดงความคิดเห็น ม้าฮ่อ วันที่ตอบ 2011-12-08 21:05:44 IP : 182.52.170.213


ความคิดเห็นที่ 17 (141073)

ควรไปเดือนไหนดีครับ อยากไปบ้าง  โปรดแนะนำด้วย ขอบคุณครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ศรายุทธ วันที่ตอบ 2011-12-12 09:05:04 IP : 58.9.153.223


ความคิดเห็นที่ 18 (141202)

 กำลังเดินทางไปคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น เปิ้ล/ขอนแก่น (apple_pok_ying-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-01-02 15:48:36 IP : 103.1.164.53


ความคิดเห็นที่ 19 (141203)

 กำลังเดินทางไปคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น เปิ้ล/ขอนแก่น (apple_pok_ying-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-01-02 15:49:21 IP : 103.1.164.53


ความคิดเห็นที่ 20 (141204)

 กำลังเดินทางไปคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น เปิ้ล/ขอนแก่น (apple_pok_ying-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-01-02 15:49:46 IP : 103.1.164.53


ความคิดเห็นที่ 21 (141225)

 สวยมาก

ผู้แสดงความคิดเห็น เปิ้ล/ขอนแก่น (apple_pok_ying-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-01-04 18:49:09 IP : 103.1.164.9


ความคิดเห็นที่ 22 (142080)

เรียงและอธิบายตามภาพได้ดีมากเลยครับ ดูและอ่านเหมือนได้ขึ้นภูทอกไปด้วยเลย ผมเป็นคนภูทอกครับ แต่ไม่มีโอกาสจะนำภาพดีๆของวัดบ้านตัวเองมาลงบอกกล่าวให้ทุกคนได้ชื่นชมเลย พอเข้ามาดูของคนอื่นแล้วรู้สึกอายตัวเองครับ ยังไงก็ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมวัดบ้านผม และแนะนำให้ชาวโลกได้รับรู้ถึงความสวยงามนะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนภูทอก วันที่ตอบ 2012-03-27 15:49:49 IP : 10.1.75.46


ความคิดเห็นที่ 23 (142100)

 ไปมาแล้วค่ะ สวยมาก ตอนแรกกลัวขึ้นไปไม่ถึง...แต่เราเดินเลื่อยๆไม่ต้องรีบ ทำใจให้เย็น ตั้งสติ 

ผู้แสดงความคิดเห็น น้ำเปล่า วันที่ตอบ 2012-03-31 18:36:49 IP : 192.168.1.11


ความคิดเห็นที่ 24 (143630)

 ปฏิบัติธรรมช่วงใดบ้าง และติดต่อได้ที่ไหนค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น อุษณี (Lekcherr-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-08-30 17:17:00 IP : 180.183.108.171


ความคิดเห็นที่ 25 (144480)

 ขอรบกวนถามแอดมินค่ะ ไม่ทราบว่าใช้เวลาในการเดินขึ้นภูทอก กี่ชม.คะ จะได้กำหนดเวลาถูก ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ปิยะนันท์ (piyanan-at-opsmoac-dot-go-dot-th)วันที่ตอบ 2013-01-25 11:00:21 IP : 61.19.100.130


ความคิดเห็นที่ 26 (144527)

ขึ้น 1 ชั่วโมง เดินรอบแต่ละชั้นอีกประมาณ 1- 2 ชั่งโมง  ลงอีก 1 ชั่วโมง 

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2013-02-27 22:02:22 IP : 58.11.39.85


ความคิดเห็นที่ 27 (144874)

ถ้าจะเดินทางไปเอง 2 คน จากกรุงเทพฯ  ช่วยแนะนำด้วยค่ะว่าไปยังไง  ขึ้นรถ Bus ไปหนองคาย หรืออุดร  จากนั้นจะขึ้นไปบนเขาด้วยวิธีการ  แนะนำให้ได้ไหมค่ะ  พักที่ไหนเป็นต้น ช่วงเดือนไหนดีที่สุด  ไปอยู่สักอาทิตย์ แบบเลื่อยๅ o.k. ไหม

ผู้แสดงความคิดเห็น punees@yahoo.com วันที่ตอบ 2013-06-18 13:43:44 IP : 124.120.21.230



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





dot
ไตรรัตน์ฉบับล่าสุด
dot
bulletทดสอบ1
dot
ธรรมะ
dot
bulletพระบรมสารีริกธาตุ
bulletธรรมะกับชีวิต
bulletคำขอขมาและอธิษฐานจิต
bulletไหว้พระหน้าคอม
bulletนั่งสมาธิหน้าคอม
bulletการเมือง ไม่ใช่เรื่องของสงฆ์
dot
กองทัพธรรม ธรรมยาตรา
dot
bulletไทย - กัมพูชา (2551)
bulletไทย - ลาว (2551)
bulletไทย - พม่า (2551)
bulletไทย - กัมพูชา (2550)
bulletไทย - ลาว (2552)
bulletไทย-เขมร 1 ม.ค. 2552
bullet ไทย-เขมร 1 ม.ค. 2553
bulletกฐินสามัคคี ไทย - ลาว 2553
bulletพระปฐมเจดีย์ - พุทธมณฑล
bulletกองทัพธรรม ธรรมยาตรา 2555
dot
ธรรมจาริก
dot
bulletธรรมจาริก สงกรานต์ 2553
bulletกองทัพธรรม ศรีสัชนาลัย 52
bulletกองทัพธรรม ศรีสัชนาลัย 53
bulletBrochure ศรีสัชนาลัย 2553
bulletภาพรวมทั้งหมด
dot
องค์กรด้านศาสนา
dot
bulletกรมการศาสนา
bulletสนง.พุทธศาสนาแห่งชาติ
bulletแม่กองบาลี
bulletแม่กองธรรม
bulletม.มหามกุฎราชวิทยาลัย
bulletม.มหาจุฬาลงกรณ์ ฯ
bulletอาณาจักรล้านช้าง
bulletวัดสีสะเกด
dot
Link วัดที่น่าสนใจ
dot
bulletวัดปากน้ำ-ภาษีเจริญ
bulletวัดพระเชตุพน(วัดโพธิ์)
bulletวัดบวรนิเวศวิหาร
bulletวัดเบญจมบพิตร
bulletวัดโสมนัสวรวิหาร
bulletวัดอัมพวัน(หลวงพ่อจรัญ)
bulletวัดญาณเวศกวัน
bulletวัดอรุณราชวราราม
bulletวัดนาคปรก
bulletวัดพระบาทน้ำพุ
bulletวัถถ้ำเมืองนะ
bulletวัดเชิงหวาย
bulletวัดเกาะ(ลำปาง)
dot
วัดเครือข่าย
dot
bulletวัดป่าเขาโต๊ะ จ.สุรินทร์
bulletวัดเขาแหลมรัตนมุนี
bulletวัดพระพุทธบาทเขาหนาม
bulletวัดจอมคีรีนาคพรต
bulletภูทอก หนองคาย
bulletวัดพระธาตุหินกิ่ว
bulletเขาหน่อ นครสวรรค์
bulletวัดเขาพระอังคาร
bulletวัดอาฮงศิลาวาส
bulletวัดไทยวัฒนาราม
bulletวัดโพธิคุณ
bulletวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์
bulletหลวงพ่อปากแดง
bulletวัดใหญ่ทักขิณาราม
bulletเขาคิชฌกูฎ (หลวงพ่อเขียน)
bulletวัดพระเจดีย์ชัยมงคล
bulletบรมพุทโธ (วัดป่ากุง)
bulletพระปฐมเจดีย์
dot
ทั่วไป
dot
bulletดังตฤณ
bulletสถานที่ปฏิบัติธรรมยอดนิยม
bulletลานธรรมจักร
bulletศูนย์กัมพูชาศึกษา
bulletหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ
bulletกองทัพธรรม ของพันธมิตร
bulletทักษิณ ชินวัตร อ่านอะไร
bulletสอนอย่างไร ให้ถึงฝัน
dot
จังหวัด
dot
bulletกรุงเทพมหานคร
bulletนครราชสีมา
bulletสุรินทร์
bulletหนองคาย
bulletเวป 76 จังหวัด
dot
เกจิ - อาจารย์
dot
bulletหลวงปู่ทวด
bulletหลวงปู่โต พรหมรังษี
bulletหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ
bulletหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ
bulletหลวงพ่อจรัญ สอนกรรมฐาน
bulletBuddha's Lost Children
dot
Headline
dot
bulletLife of the Buddha (BBC)
bulletLife of the Buddha (Eng)
bulletLife of the Buddha (Thai)
bulletสารคดี เจ้าแม่กวนอิม
bulletอหิงสกะ & องคุลิมาล
bulletพระจักษุธาตุ
dot
พระพุทธรูปสำคัญ
dot
bulletพระพุทธรูป 66 ปาง
dot

dot


free counters


Copyright © 2010 All Rights Reserved.