ReadyPlanet.com
dot
dot dot
วัดองค์ตื้อ

พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ

วัดองค์ตื้อวรวิหาร ในนครหลวงเวียงจันทน์


     วัดองค์ตื้อมหาวิหาร เป็นหนึ่งในจำนวนหลาย ๆวัดที่เก่าแก่ที่สุด ในนครหลวงเวียงจันทน์ และมีความหมายความสำคัญทางโบราณสถาน และประวัติศาสตร์ เป็นวัดที่ทั้งประชาชนลาวและต่างชาวต่างประเทศให้ความเคารพนับถือวามสำคัญเป็นพิเศษ ดั่งจะได้เห็นจากคำพูดที่ว่า "ผู้ใดเข้ามาในเวียงจันทน์ ไม่ได้ไปไหว้หลวงพ่อองค์ตื้อ ถือว่าไม่ได้มาถึงเวียงจันทน์" นอกจากนี้วัดองค์ตื้อยังเป็นที่ ประกอบ พิธีที่สำคัญต่าง ๆทางราชการในสมัยก่อน เช่น พิธีถือน้ำ(ดื่มน้ำสัตยาบรรณ) ๆ อีกทั้งงานประเพณีบุญพระธาตุหลวงเสร็จสิ้นลง ยังต้องมาประกอบ พิธี ทำบุญอยู่วัดองตื้อ - วัดอินแปง อีกจึงจะถือว่างานประเพณีบุญพระธาตเสร็จสิ้นลงอย่างสมบูรณ์วัดองตื้อ ตั้งอยู่บนถนนพระไชยเชษฐา อยู่ห่างจากหอพระแก้วมาทางทิศเหนือประมาณ 1 กิโลเมตร ในสมัยก่อนวัดองค์ตื้อมีอาณาเขตติด กับวัดอินแปง วัดมีไชย และวัดหายโศก แต่ในปัจจุบันนี้ การพัฒนาของบ้านเมืองมีการขยายตัว มีการตัดถนนหนทางเพื่อความสวยงาม และการ เป็นระเบียบเรียบร้อย ดังนั้นจึกทำให้วัดทั้ง 4 คือ วัดองค์ตื้อ วัดอินแปง วัดมีไชย วัดหายโศก ต้องแยกออกจากกันดังที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้
      ในปัจจุบันนี้วัดองค์ตื้อ มี่พระอุโบสถใหญ่อยู่ 1 หลัง กว้าง 16 เมตร 34 เซนติเมตร ยาว 40 เมตร สูงประมาณ 25 เมตร มีพระเจ้าใหญ่ตื้อ เป็นพระประธาน หน้าตักกว้าง 3 เมตร 40 เซนติเมตร สูง 5 เมตร 80 เซนติเมตร สร้างโดย พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช เมื่อปี พ.ศ.2109 พร้อมด้วย พระสุก พระใส พระเสริม
เดิมวัดองค์ตื้อมีชื่อว่า "วัดสีภูมิ หรือ ไชยภูมิ ต่อมาถึงปี พ.ศ.2109 พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ได้มาสร้างพระเจ้าองค์ตื้อขึ้นแล้วนำมา ประดิษฐานไว้ในวัดสีภูมิแห่งนี้ จึงได้ตั้งชื่อวัดใหม่ว่า "วัดองค์ตื้อ" ตามชื่อของพระพุทธรูปใหญ่ (ตื้อ มาตราโบราณของชาวลาว)
     พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช พระมาหากษัตรย์ลาว พระองค์มีศรัทธาอย่างแรงกล้าปรารถนาที่จะเป็นพระพุทธเจ้า จึงได้ตั้งความเพียร และ การเสียสละอย่างสูง ที่จะสร้างพระพุทธรูป ทองหล่อให้ใหญ่ที่สุด(ในสมัยนั้น ปี พ.ศ.2019) ได้มีการเตรียมพร้อมทุกอย่างจนเป็ที่เรียบร้อยทุกประ การ เมื่อถึงเวลาอันเป็นมหาฤกษ์มหาชัยตามพิธีของโหราจารย์ แล้วพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ก็ทรงมอบพระราชกรณียกิจทุกอย่างไว้กับพระมเหสี แล้วพระองค์ทรงนุ่งขาวห่มขาวไปสมาทานศีล 8 อยู่ในวังพิธี ที่วัดอินแปง แต่ก่อนถึงเวลามหาฤกษ ์มหาชัยนั้นได้มีกษัตริย์ของพม่า ได้ยกกองทัพมาถึงประตูเวียงแล้ว และได้ทำหนังสือยื่นคำขาด ให้แม่ทัพทั้ง 4 ถือ เข้ามายื่นให้พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชอยู่ในวังพิธีหล่อนั้น ในคำขาดนั้นมีอยู่ 2 ข้อ
1.ให้พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชยอมเป็นเมืองขึ้นของพม่า
2.ถ้าไม่ยอมเป็นเมืองขึ้นให้ออกมารบกัน และให้ตอบคำถามนี้ไปกับผู้ที่ถือหนังสือมามิให้ชักช้า
     หลังจากยื่นหนังสือให้แล้วแม่ทัพของพม่าทั้ง 4 ก็เดินดูช่างที่กำลังสูบเตาหลอมทองที่กำลังร้อนแดง ๆ อยู่นั้นพวกเขาได้แสดงอิทธิฤทธิ์โดย เอามือไปจับเบ้าหลอมพระที่กำลังแดง ๆ โดยไม่มีอาการร้อนเลย พระเจ้าไชยเชษฐาเห็นดังนั้นก็ตกพระทัย จึงได้เข้าไปในพระราชวังด้วยความรีบเร่ง พอพระมเหสีเห็นความผิดปรกติของพระองค์ก็ทรงถามว่า “ยังไม่ถึงเวลาทำพิธีเททองหล่อพระ ทำไมพระองค์จึงรีบกลับมา” พระองค์จึงเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้พระมเหสีฟัง พระมเหสีจึงกล่าวให้สติว่า “พระองค์ไม่ต้องเสียพระทัย ที่พระองค์สร้างพระใหญ่คราวนี้ เพื่อปรารถนาที่จะเป็นพระพุทธเจ้าในวันข้างหน้า ถ้าคำปรารถนานี้ไม่สำเร็จ และจะพ่ายแพ้แก่พม่า ก็ขอให้มือของพระองค์กุด(ขาด) ไปกับเบ้าหล่อพระนั้นเสีย แต่ถ้าความปรารถนาของพระองค์จะสำเร็จ และได้รับชัยชนะจากพม่านั้นขอให้เบ้าทองที่จะหล่อพระมีอาการเย็น และไม่หนัก ให้มีอาการเหมือนจับ หมวกใส่หัว” เมื่อพระองค์ได้สติจากพระมเหสีแล้ว พระองค์เข้าสู้ห้องไหว้พระ กล่าวสักการะเทวดาตั้งสัตยาอธิษฐานอย่างหนักแน่นแล้วกลับสู่วังพิธีหล่อพระ พอดีได้เวลาพระองค์ จึงให้คำตอบแก่แม่ทัพพม่าทั้ง 4 คนว่า “คำขาดของกษัตริย์พม่าทั้งสองข้อนั้นเรายินดีรับหมดทุกอย่าง แต่ว่าเวลานี้เรากำลังทำบุญ ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าขอเชิญพวกท่าน มาทำบุญร่วมกันกอ่นแล้วจึงค่อยปฏิบัติตามคำขาดนั้นภายหลัง” ว่าแล้วพระองค์พระก็เสด็จสู่หอที่เททองใส่เบ้าหล่อ และ พระองค์จับพระขรรค์ ด้วยมือเบื้องซ้าย เบื้องขวารับเอาเบ้าต้มทองที่กำลังแดงและร้อนที่ช่างยื่นให้พระองค์ โดยที่พระองค์ไม่มีความรู้สึกร้อนเลยจนทองหมด ส่วนที่เหลือก็หล่อพระพุทธรูปได้อีก 3 องค์ คือ พระสุก พระใส และพระเสริม
    เมื่อเสร็จพิธีแล้วแม่ทัพพม่าทั้ง 4 ก็เดินทางกลับไปพร้อมหนังสือ คำตอบของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช เมื่อกลับไปถึงก็เล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้กษัตริย์ฟังตามความเป็นจริง แล้วก็พากันผ่อนพักหลับนอนตามเวลาอันสมควร และในคืนนั้นเองพระองค์ได้ไปแอบไปหากษัตริย์พม่า แต่ก่อนที่จะไปพระองค์ได้กล่าวสักการะเทวดาและตั้งสัจจะอธิฐานว่า “ 1.ถ้าข้าพเจ้าจะได้เป็นพระพุทธเจ้า 2.ถ้าข้าพเจ้าจะได้รับชัยชนะกองทัพพม่าในครั้งนี้ ขอให้เทพเจ้าเทพาอารักษ์จงช่วยเป็นสักขีพยานบันดาลให้กองทัพพม่าพร้อมทั้งช้าง ม้า จงพากันหลับไหล ในเวลาที่ข้าพเจ้าไปยาม(ไปหา) นั้นอย่าได้รู้สึกตัวเลย” เมื่อพระองค์ตั้งพระทัยอย่างหนักแน่นดั่งกล่าวแล้วก็ออกเดินทางโดยมีทหารคนสนิทเพียงคนเดียว เมื่อไปถึงปรากฎว่ากองทัพพม่าททั้งหมด คนและสัตว์พาหนะพากันนอนหลับหมดไม่มีใครรู้สึกตัวเลย เมื่อพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชเห็นสภาพดั่งนั้นก็มีความแน่ใจในคำอธิฐานของตน ครั้งแรกพระองค์ถอดพระขรรค์ออกมาจะตัดคอกษัตริย์พม่าที่กำลังนอนหลับ แต่แล้วพระองค์ก็นึกขึ้นได้ว่า ตนเองทำบุญปรารถนาพุทธภูมิ แล้วจะมาทำบาปฆ่าคนเช่นนี้ไม่ได้เด็ดขาด แล้วพระองค์ก็ได้ปรึกษากับทหารว่าจะทำอย่างไรดี ให้เขารู้ว่าเรามาหา พอดีทหารคนนั้นมองเห็นตลับปูนวางอยู่ข้าง ๆของกษัตริย์พม่า ก็แนะนำให้พระองค์ใช้ปูนผสมน้ำ แล้วเอาไปป้ายที่คอของกษัตริย์พม่าและแม่ทัพทั้ง 4 เป็นกากบาท หลังจากนั้นเดินทางกลับพระราชวัง
    พอกษัตริย์พม่าตื่นขึ้นมา ทั้งกษัตริย์และแม่ทัพทั้ง 4 ต่างก็เห็นปูนป้ายคอของตัวเอง ซึ่งคนต่างปฏิเสธไม่มีใครทำ จึงสัณนิฐานได้ว่าต้องเป็น พระเจ้าไชยเชษฐาแน่นอน จึงได้ปรึกษากับแม่ทัพทั้ง 4 ว่า ถ้าต้องทำศึกกับพระองค์ต้องปราชัยแน่นอน จึงเปลี่ยนแนวคิดจากศัตรูมาขอเป็นมิตร
ในขณะที่กษัตริย์พม่ากับแม่ทัพทั้ง 4 กำลังปรึกษากันอยู่นั้นก็มีทหารคนใช้ของพระองค์เข้ามาบอกว่า “เมื่อคืนนี้พระองค์พระองค์มาหาพวกท่าน แต่เห็นพวกท่านกำลังหลับ ถ้าจะปลุกก็จะเป็นการรบกวนจึงกลับไป บัดนี้ตื่นขึ้นมาแล้ว ขอถือเป็นเกียรติทูลเชิญพระองค์ท่านไปสู่พระราชวังของเราเพื่อปรึกษาเวียกบ้านการเมือง” เมื่อกษัตริย์พม่าได้ยินดังนั้นก็รู้สึกดีใจ จึงได้เตรียมเครื่องบรรณาการจำนวนหนึ่งพร้อมแม่ทัพทั้ง 4 เข้าพบพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช เมื่อมาถึงก็ได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติ
ทั้งสองกษัตริย์ก็ได้ให้คำมั่นสัญญา จะมีความซื่อสัตย์ให้แก่กันและกัน ถ้าฝ่ายหนึ่งผ่ายใดขาดเขินสิ่งใดให้ร้องขอต่อกันและช่วยกันจนเต็มความสามารถ การเจรจาสิ้นสุดลงด้วยการดื่มน้ำสาบาน(น้ำสัตยาบรรณ)
และกษัตริย์พม่าก็ได้ขอเรียนวิชา “ก่านปูน” วิชาป้ายปูนที่ลำคอ พระองค์จึงได้เล่าความจริงให้ฟังว่า “ก่านปูน” ไม่ใช่วิชาอาคมอะไร ตั้งแต่ได้รับคำถ้าจากกษัตริย์พม่าแล้ว ตนได้รับคำเตือนสติจากพระมเหสี จึงแค่เอาปูนไปป้ายที่คอของกษัตริย์พม่าและแม่ทัพทั้ง 4 เท่านั้น
ด้วยสำนึกถึงบุญคุณของพระมเหสี กษัตริย็พม่าจึงขออนุญาตแกะสลัก(ควัด) รูปเหมือนพระอัครมเหสีเท่าองค์จริงด้วยหินไว้เป็นอนุสรณ์ จากนั้นพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ทรงให้ช่างแกะสลักพระอัคระมเหสีของพม่าขึ้นอีกองค์หนึ่งไว้เป็นคู่กัน เพราะเป็นสัญญาสำคัญแห่งสัมพันธไมตรี ในครั้งประวัติศาสตร์ พวกช่างก็แกะสลักรูปพระนางทั้งสองด้วยแผ่นหินและดิษฐานไว้ที่วัดอินแปงจนถึงทุกวันนี้
ตามประวัติศาสตร์ได้บันทึกการรุกของสงครามศักดินาดังนี้
     ครั้งที่ 1 ปี พ.ศ. 2127 ในรัชกาลของพระสุรินทลือไชย(จัน) ศักดินาพม่าเขามาตีนครหลวงเวียงจันทน์ได้สำเร็จพร้อมทั้งเผาทำลายวัดวาอารามวัตถุมีค่า มูลเชื้อวัฒนธรรม รวมถึงวัดองค์ตื้อด้วย
    ครั้งที่ 2 ปี พ.ศ.2322 ในรัชกาลพระเจ้าสิริบุยสาร ศักดินาสยามได้เข้ามารุกรานครั้งที่ 1
    ครั้งที่ 3 ปี พ.ศ.2370 ในรัชกาลเจ้าอนุวงศ์ ศักดินาสยามได้เข้ามารุกรานเป็นครั้งที่ 2 พร้อมกับทำลายเผาผลาญนครหลวงเวียงจันทน์ จนเป็นเถ้าถ่านไปทั้งเมืองและร้ายแรงที่สุดคือวัดองค์ตื้อ พร้อมพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ แต่ไม่สามารถทำอะไรได้
    ครั้งที่ 4 ปี พ.ศ. 2416 โจรฮ้อ ได้เข้ามาปล้นสะดมขุดค้นเอาวัตถุมีค่าไปจนหมดในนั้น รวมพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อด้วย
เขียนโดย พระอาจารย์ผ่อง เจ้าอาวาสวัดองค์ตื้อ
 


 





เมนูวัดด้านล่าง
พระพุทธวิปัสสี
ประวัติวัดสีสะเกด
ประวัติพระใส
ปู่บุญเหลือ
ประสาทหินพิมาย
พระธาตุหลวง
คำชะโนด
วัดโพธิ์ชัย
พระเจ้าชัยวรมันที่ 7
พระพุทธรูป 66 ปาง
test
มหาอุเทน ปญฺญาปริทตฺโต
พระลาว
ผ้าในราชสำนักสยาม
รูปข้าง1
นาฬิกาล่าง



dot
ไตรรัตน์ฉบับล่าสุด
dot
bulletทดสอบ1
dot
ธรรมะ
dot
bulletพระบรมสารีริกธาตุ
bulletธรรมะกับชีวิต
bulletคำขอขมาและอธิษฐานจิต
bulletไหว้พระหน้าคอม
bulletนั่งสมาธิหน้าคอม
bulletการเมือง ไม่ใช่เรื่องของสงฆ์
dot
กองทัพธรรม ธรรมยาตรา
dot
bulletไทย - กัมพูชา (2551)
bulletไทย - ลาว (2551)
bulletไทย - พม่า (2551)
bulletไทย - กัมพูชา (2550)
bulletไทย - ลาว (2552)
bulletไทย-เขมร 1 ม.ค. 2552
bullet ไทย-เขมร 1 ม.ค. 2553
bulletกฐินสามัคคี ไทย - ลาว 2553
bulletพระปฐมเจดีย์ - พุทธมณฑล
bulletกองทัพธรรม ธรรมยาตรา 2555
dot
ธรรมจาริก
dot
bulletธรรมจาริก สงกรานต์ 2553
bulletกองทัพธรรม ศรีสัชนาลัย 52
bulletกองทัพธรรม ศรีสัชนาลัย 53
bulletBrochure ศรีสัชนาลัย 2553
bulletภาพรวมทั้งหมด
dot
องค์กรด้านศาสนา
dot
bulletกรมการศาสนา
bulletสนง.พุทธศาสนาแห่งชาติ
bulletแม่กองบาลี
bulletแม่กองธรรม
bulletม.มหามกุฎราชวิทยาลัย
bulletม.มหาจุฬาลงกรณ์ ฯ
bulletอาณาจักรล้านช้าง
bulletวัดสีสะเกด
dot
Link วัดที่น่าสนใจ
dot
bulletวัดปากน้ำ-ภาษีเจริญ
bulletวัดพระเชตุพน(วัดโพธิ์)
bulletวัดบวรนิเวศวิหาร
bulletวัดเบญจมบพิตร
bulletวัดโสมนัสวรวิหาร
bulletวัดอัมพวัน(หลวงพ่อจรัญ)
bulletวัดญาณเวศกวัน
bulletวัดอรุณราชวราราม
bulletวัดนาคปรก
bulletวัดพระบาทน้ำพุ
bulletวัถถ้ำเมืองนะ
bulletวัดเชิงหวาย
bulletวัดเกาะ(ลำปาง)
dot
วัดเครือข่าย
dot
bulletวัดป่าเขาโต๊ะ จ.สุรินทร์
bulletวัดเขาแหลมรัตนมุนี
bulletวัดพระพุทธบาทเขาหนาม
bulletวัดจอมคีรีนาคพรต
bulletภูทอก หนองคาย
bulletวัดพระธาตุหินกิ่ว
bulletเขาหน่อ นครสวรรค์
bulletวัดเขาพระอังคาร
bulletวัดอาฮงศิลาวาส
bulletวัดไทยวัฒนาราม
bulletวัดโพธิคุณ
bulletวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์
bulletหลวงพ่อปากแดง
bulletวัดใหญ่ทักขิณาราม
bulletเขาคิชฌกูฎ (หลวงพ่อเขียน)
bulletวัดพระเจดีย์ชัยมงคล
bulletบรมพุทโธ (วัดป่ากุง)
bulletพระปฐมเจดีย์
dot
ทั่วไป
dot
bulletดังตฤณ
bulletสถานที่ปฏิบัติธรรมยอดนิยม
bulletลานธรรมจักร
bulletศูนย์กัมพูชาศึกษา
bulletหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ
bulletกองทัพธรรม ของพันธมิตร
bulletทักษิณ ชินวัตร อ่านอะไร
bulletสอนอย่างไร ให้ถึงฝัน
dot
จังหวัด
dot
bulletกรุงเทพมหานคร
bulletนครราชสีมา
bulletสุรินทร์
bulletหนองคาย
bulletเวป 76 จังหวัด
dot
เกจิ - อาจารย์
dot
bulletหลวงปู่ทวด
bulletหลวงปู่โต พรหมรังษี
bulletหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ
bulletหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ
bulletหลวงพ่อจรัญ สอนกรรมฐาน
bulletBuddha's Lost Children
dot
Headline
dot
bulletLife of the Buddha (BBC)
bulletLife of the Buddha (Eng)
bulletLife of the Buddha (Thai)
bulletสารคดี เจ้าแม่กวนอิม
bulletอหิงสกะ & องคุลิมาล
bulletพระจักษุธาตุ
dot
พระพุทธรูปสำคัญ
dot
bulletพระพุทธรูป 66 ปาง
dot

dot


free counters


Copyright © 2010 All Rights Reserved.