ReadyPlanet.com
dot
dot dot
ประสาทหินพิมาย

ประสาทหินพิมาย

ประสาทหินพิมาย

สถานที่ตั้ง
:

   
  อุทยานประวัติศาสตร์พิมายนั้น ก็ตั้งอยู่ในตัวอำเภอพิมาย ทางทิศตะวันออก เฉียงเหนือของโคราช เป็นระยะทาง 60 กิโลเมตร ตามเส้นทาง " สายมิตรภาพ โคราช - ขอนแก่น " ปราสาทหินพิมาย เป็นแหล่งโบราณคดีที่ทรงคุณค่า ทาง ประวัติศาสตร์


การเดินทาง :
 
   จากตัวเมืองนครราชสีมาไป ตามทางหลวงหมายเลข 2 (นครราขสีมา - ขอนแก่น) จนถึงหลัก กม.ที่ 49 เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 206 อีกประมาณ 10 กม. ถึงปราสาทหินพิมาย รวมระยะทางจากตัวเมืองนครราชสีมา ถึงปราสาทหิน พิมายประมาณ 59 กม. สภาพทางหลวงหมายเลข 206 เป็นถนนลาดยาง อยู่ในสภาพดี จากตัวเมืองนครราชสีมา มีบริการรถประจำทาง รถขนส่งและรถ รับจ้าง บริการรับ - ส่งการคมนาคมสะดวก และปลอดภัย

สร้างขึ้นเมื่อ
:
  
   สร้างขึ้นในราวปลายพุทธ ศตวรรษที่ 16 และมาต่อเติมอีกครั้ง ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ราวต้นพุทธศตวรรษที่ 18 ซึ่งครั้งนั้น เมืองพิมายเป็นเมืองใหญ่ ของขอม บนแผ่นดินที่ราบสูง อุทยานประวัติศาสตร์พิมายนั้น สร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธสถานฝ่ายมหายาน โดยสร้างมาก่อนปราสาทนครวัด หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง เป็นต้นแบบ สถาปัตยกรรมให้กับปราสาทนครวัดในกัมพูชา อย่างไรก็ตาม ปราสาทหินพิมายมิได้เป็นศาสนสถานประจำรัชกาลของกษัตริย์กัมพูชา ซึ่งนับถือศาสนาฮินดู แต่เป็นพุทธสถานของชุมชนชาวพุทธมหายานที่ขุนพล หรือเจ้าเมืองคนสำคัญของกษัตริย์กัมพูชา เป็นผู้อำนวยการสร้างขึ้น องค์ปรางค์ประธานของปราสาท หันหน้าไป ทางทิศใต้ซึ่งเป็นทิศที่ตั้งเมืองพระนคร อันเป็นเมืองหลวงแห่งอาณาจักรกัมพูชา

ลักษณะของประสาทหินพิมาย :

ประมาทหินพิมาย ประมาทหินพิมาย ประมาทหินพิมาย ประมาทหินพิมาย
 

    ปราสาทหินพิมาย ประกอบด้วย ปรางค์ใหญ่องค์กลาง มีกำแพงสี่เหลี่ยมล้อมรอบ มีซุ้มประตูสี่ทิศเป็นคูหาติดต่อกันโดยตลอด กำแพงสร้างด้วยหินทรายสีแดง กำแพงด้านเหนือและด้านใต้ ยาว 220 เมตร กำแพงด้านตะวันออกและตะวันตก ยาว 277.50 เมตร ถัดจากกำแพงเข้ามา เป็นลานกว้าง มีสระน้ำใหญ่อยู่สี่มุม ที่ลานชั้นนอกใกล้ซุ้มประตูด้านตะวันตก มีซากอาคารสร้างด้วยหิน ขนาดกว้าง 25.50 เมตร ยาว 26.50 เมตร ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า เป็นสถานที่ใช้ประโยชน์อย่างไร ถัดจากลานเข้าไป จะถึงระเบียงคด (บันไดชั้นในเป็นทางเดินกว้าง 2.35 เมตร) เดินทะลุถึงกันได้ตลอด 4 ด้าน หลังคามุงแผ่นหินลงจากระเบียงคด จะถึงปรางค์ 3 องค์กับอาคาร 1 หลัง ปรางค์ 3 องค์ ประกอบด้วยองค์ใหญ่อยู่ตรงกลาง ปรางเล็กซ้ายขวา องค์ทางซ้ายสร้างด้วยศิลาแรง เรียกว่า "ปรางค์พรมหมทัต" ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมกว้างกว่า 14.50 เมตร สูง 11.40 เมตร ปรางค์ทางด้านขวา สร้างด้วยหินทรายสีแดง ชื่อ"ปรางค์หินแดง"กว้าง11.40 เมตร สูง 15 เมตร ปรางค์ใหญ่องค์กลาง คือ ปรางค์ประธานของปราสาทหินแห่งนี้ มีฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้ สิบสองกว้าง 18 เมตร ความยาวรวมทั้งมุขหน้า 32.50 เมตร

มีศาสนสถานอยู่กลางเมืองประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ดังนี้ :

- ธรรมศาลา

        ก่อนจะเข้าสู่ บริเวณภายในกำแพงปราสาทหินพิมาย มีอาคารหลังหนึ่ง ตั้งอยู่ทางซ้ายมือหันหน้าเข้าสู่ถนน เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 26 x 35.10 เมตร สร้างด้วยหินทราย มีบันไดและประตูเข้าสู่อาคาร ทั้งด้านตะวันออกและตะวันตกข้าง ๆ ประตู จริงเป็นประตูหลอกด้านละ 1 ประตู มีการกั้นแบ่งเป็นห้อง ๆ โดยทุกห้องมีประตูทะลุถึงกัน อาคารหลังนี้ใช้เป็นสถานที่พัก เตรียมพระองค์สำหรับกษัตริย์ หรือเจ้านายชั้นสูงยามเสด็จมาประกอบพิธีทางศาสนา รวมทั้งเป็นที่พักจัดขบวน ปัจจัยของถวายต่าง ๆ ที่ใช้ในพิธี

-
สะพานนาคราช

         เป็นสะพานสร้างด้วยหินทราย ตั้งอยู่ตรงหน้าซุ้มประตูกำแพง ชั้นนอกเป็นรูปกากบาทขนาด กว้าง 4 เมตร ยาว 3170 เมตร ยกพื้นสูงจากพื้นดิน ประมาณ 2.50 เมตร มีบันไดขึ้นลง 3 ด้าน เชิงบันไดทำเป็นอัฒจันทร์รูปปีกกา ราวสะพานโดยรอบ ทำเป็นลำตัวของนาคราชชูคอแผ่พังพางมี 7 เศียร ที่เชิงบันไดมีประติมากรรมรูปสิงห์ ทำด้วยหินทราย เสาและขอบสะพานสลักลวดลายงดงาม

-
กำแพงชั้นนอกและซุ้มประตู

    กำแพงชั้นนอก : สร้างด้วยหินทราย มีศิลาแลงแทรกเป็นบางส่วน ขนาดประมาณ 220 X 277.50 เมตร มีประตูหลอกทำเลียนแบบบานประตูไว้ 2 บาน กำแพงชั้นนอก ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด คือยังมีความสูงเหลืออีก 8 เมตร

    ซุ้มประตู : ที่กึ่งกลางกำแพงชั้นนอกทั้ง 4 ด้าน เป็นซุ้มประต ูหรือที่เรียกกันว่า โคปุระ สร้างดินหินทราย ผังโดยรวมของประตูซุ้ม มีลักษณะเป็นรูปกากบาท มีประตูผ่านเข้าได้ 3 ทาง คือ ประตูกลางผ่านทางห้องมุข และประตูข้างทางห้องริมสุด 2 ข้าง

    ทางเดินเข้าสู่ปราสาท : เป็นทางเดินที่สร้างดินหินทราย สูงขึ้นมาประมาณ 1 เมตร มีบันไดลงจากทางเดินสู่พื้นล่าง ที่มุมทั้งส ี่และทั้งสองข้าง ของช่องกลางตลอดแนวทางเดินที่เชื่อมตัดกัน มีหลุมเสาตั้งเรียงกันอยู่เป็นระยะ ๆ จาการขุดแต่งบริเวณนี้ใน พ.ศ.2530 ได้พบเศษกระเบื้อง และบภลีดินเผา เป็นจำนวนมากสันนิษฐานได้ว่ายกพื้นทางเดินทั้งหมดนี้ มีลักษณะเป็นระเบียงโปร่ง หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผา รองรับด้วยเสาไม้ซึ่งผุพังไปหมดแล้ว

   บรรณาลัย : ตั้งอยู่บริเวณลานชั้นนอกซีกตะวันตก ระหว่างประตูซุ้มกำแพงชั้นในและชั้นนอก เป็นรูปสี่เหลี่ยมกว้าง 25.50 X 26.50 เมตร จำนวน 2 หลัง อาคาร 2 หลังนี้จัดเป็นอาคารใหญ่ ไม่มีหลักฐานให้ทราบชัด ถึงประโยชน์ใช้สอยที่แท้จริง เรียกต่อ ๆ กันมาว่า บรรณาลัย ซึ่งหมายถึง สถานที่เก็บรักษาคัมภีร์ต่าง ๆ ทางศาสนาเทียบกับวัดของเราในปัจจุบัน ก็คงจะเทียบได้กับ “หอไตร” นั่นเอง แต่เมื่อพิจารณาสภาพภายในอาคารแล้ว ชวนให้สันนิษฐานว่า น่าจะใช้ประโยชน์อย่างอื่น เช่น อาจเป็นที่ประกอบศาสนกิจของพระสงฆ ์ในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน อันเป็นศาสนาหลักของศาสนาสถานแห่งนี้ หรืออาจเป็นที่พักกระบวนเสด็จของกษัตริย์ หรือเจ้านายก็เป็นได้

   สระน้ำ : ตั้งอยู่ที่มุมทั้ง 4 ของลานชั้นนอก มีขนาดไม่เท่ากัน และตำแหน่งที่ตั้งก็ไม่อยู่ในแนวตรงกัน นอกจากนี้ที่บริเวณนี้ยังเคยเป็น ที่ตั้งของวัดต่าง ๆ ซึ่งได้ย้ายออกไป สร้างใหม่ข้างนอกปราสาทแล้ว รวมทั้งสิ้น 4 วัด คือวัดสระหิน วัดพระปรางค์ใหญ่ วัดโบสถ์ (ซึ่งมีพระอุโบสถ เรียกกันว่า โบสถ์เจ้าพิมาย) และวัดพระปรางค์น้อย จากการที่เรียกชื่ออุโบสถว่า โบสถ์เจ้าพิมาย ประกอบกับได้พบพระพุทธรูปสมัยอยุธยาตอนปลาย เมื่อครั้งกรมหมื่นเทพพิพิธ มาสะสมกำลังตั้งตัวเป็นใหญ่ คราวเสียกรุงครั้งที่สอง เรียกว่า ก๊กเจ้าพิมาย สระน้ำทั้งหลาย จึงคงเป็นสระน้ำที่วัดเหล่านั้น ขุดขึ้นมาใช้ประจำวัดนั่นเอง

- กำแพงชั้นในและซุ้มประตู

  กำแพงชั้นใน : สร้างด้วยหินทรายเป็นห้องยาวต่อเนื่องกัน เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ล้อมรอบลานปราสาทชั้นใน กว้าง 2.35 เมตร ยาวจากเหนือ - ใต้ 72 เมตร จากตะวัน ออก - ตะวันตก 80 เมตร อยู่สูงจากพื้นดิน 1 เมตร ภายในเดินทะลุถึงกันได้ ส่วนผนังด้านนอกปิดทึบ ทำเป็นหน้าต่างหลอด ประดับด้วยลูกมะหวด

  ซุ้มประตูของกำแพงชั้นใน : สร้างด้วยหินทรายเช่นกัน มี 4 ประตู ลักษณะคล้ายซุ้มประตูกำแพงชั้นนอก แต่เล็กกว่า มีจารึกบนกรอบประตู ด้วยอักษรของโบราณ กล่าวถึงชื่อ “กมรเตงชคตวิมาย” และการสร้างรูปเคารพชื่อ “กมรเตงชคตเสนาบดีไตรโลกยวิชัย”ใน พ.ศ.1651 ทับหลังของซุ้มประต ูส่วนใหญ่พังทลายลง ปัจจุบันได้นำบางส่วนเก็บไว้ ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย ส่วนที่เหลือได้นำไปติดตั้ง ที่โบราณสถานแล้ว ภาพสลักทับหลังดังกล่าวเป็นศิลปะ แบบปาปวนนครวัด

  ปรางค์ประธาน
: เป็นสถาปัตยกรรมหลัก และเป็นศูนย์กลางของศาสนาสถานแห่งนี้ สร้างด้วยหินทรายขาว หันหน้าไปทางทิศใต้ สูง 28 เมตร ฐานรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้าง 22 เมตร มีมุข 3 ด้าน คือ ทางทิศเหนือ ตะวันออกและตะวันตก ส่วนยอดปรางค์ หรือหลังคาทำเป็นชั้น ๆ ลดหลั่นกันไป เรียกว่าชั้นเชิงบาตร รวม 5 ชั้น ประดับด้วย กลีบขนุนปรางค์ และประติมากรรมหินทราย เป็นรูปสัตว์ และเทพต่าง ๆ ยอดบนสุดสลักเป็นรูปดอกบัว

  หอพราหมณ์ : สร้างด้วยหินทราย และมีศิลาแลงแซมบางส่วน อยู่ด้านหน้าของปรางค์ประธาน ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมหินผ้า ขนาด 6.50 X 17 เมตร มีมุกขื่นออกไปเป็นบันได้ และประตูเข้า - ออก ภายในอาคาร พบศิวลึงค์หินทราย จึงเชื่อว่าคงเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรม ทางศาสนาพราหมณ์ จึงเป็นเหตุ เรียกว่า หอพราหมณ์

  ปรางค์หินแดง : ตั้งอยู่บนฐานเดียวกับหอพราหมณ์ สร้างด้วยหินทรายสีแดง ฐานปรางค์เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้าง 11.40 เมตร สูง 15 เมตร มีมุขยื่นออกไป 4 ทิศ ที่มุขแต่ละด้าน มี 1 ประตู จากการขุดแต่งพบว่า แท่งหินที่ใช้ต่อฐานบางท่อนมีลวดลายสลัก แต่วางกลับข้างจากบนลงล่างแสดงว่า คงรื้อเอาวัสดุเก่ามาใช้ในการก่อสร้าง และคงสร้างพรอ้มกับหอพราหมณ์ เนื่องจากอยู่บนฐานเดียวกัน

  
ประมาทหินพิมายปรางค์พรหมทัต : ตั้งอยู่แนวเดียวกันกับปรางค์หินแดง สร้างด้วยศิลาแลงฐาน เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้าง 14.50 เมตร สูง 16 เมตร ภายในพบประติมากรรมหินทราย รูปบุคคล 2 รูป รูปหนึ่งเป็นบุคคลขนาดใหญ่ นั่งขัดสมาธิ เชื่อกันว่าเป็นรูปของพระเจ้าขัยวรมัน ที่ 7 ซึ่งเรียกกันว่า ท้าวพรหมทัต อีกรูปหนึ่งเป็นสตรีนั่งคุกเข่า ศรีษะ และแขนขาด ไปเหลือแต่ลำตัว เชื่อกันว่าเป็นรูปของ พระนางราชเทวีมเหส ีของพระเข้าชัยวรมัน ที่ 7 ชาวบ้านเรียกกันว่า นางอรพิมพ์

  ฐานอาคาร : ตั้งอยู่ระหว่างซุ้มประตูกำแพงชั้นใน ด้านทิศตะวันออกกับปรางค์ประธาน มีลักษณะคล้ายฐานปรางค์ สร้างด้วยหินทรายสีแดง เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 8.15 เมตร สูง 70 เมตร

  เมรุพรหมทัต : ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ของปราสาทหินพิมาย เป็นซากเนินเจดีย์ขนาดใหญ่ ก่อด้วยอิฐ สาเหตุที่เรียกชื่อว่า เมรุพรหมทัตนั้น คงเป็นเรื่องเชื่อมโยง กับนิทานพื้นบ้าน เรื่องนางอรพิมพ์กับท้าวปาจิต ซึ่งเล่ากันว่าสถานที่นี้ คือที่ถวายพระเพลิงท้าวพรหมทัต

 
    
    คนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจ หรือรู้ซึ้งในความสัมพันธ์ระหว่างอิฐ หิน ดิน ทราย ที่ก่อรูปเป็นโบราณสถานดีนัก ทำอย่างไรจึง จะทำให้คนเห็นรากเหง้า แห่งอดีตของคนท้องถิ่น เกี่ยวข้องกับโบราณสถาน พัฒนาการของพิมาย อันประกอบด้วย ชุมชนผู้คนและปราสาทหินพิมาย ต้องไปด้วยกัน ผลที่ได้รับ จากอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการศึกษา ประวัติศาสตร์โบราณคดี เทคโนโลยีการก่อสร้างในอดีต ตลอดจนดำรงไว้ซึ่งมรดกวัฒนธรรมของชาติ และเป็นผลทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยว มีความเจริญขึ้นเศรษฐกิจ เพิ่มเป็นเงาตามตัว หากชาวเมืองพิมาย และชาวไทยทุกคนมีความรัก และหวงแหนสมบัต ิทางวัฒนธรรมแห่งน ี้และพร้อมที่จะช่วยกัน พัฒนาให้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันแล้ว คงนำความภาคภูมิใจมาสู่บรรพบุรุษ สมกับที่ท่านสละเลือดเนื้อ และชีวิตเพื่อสร้างพิมาย ให้เป็นเมืองสำคัญยิ่งในอดีตกาล

http://www.moohin.com/043/043k019.shtml







dot
ไตรรัตน์ฉบับล่าสุด
dot
bulletทดสอบ1
dot
ธรรมะ
dot
bulletพระบรมสารีริกธาตุ
bulletธรรมะกับชีวิต
bulletคำขอขมาและอธิษฐานจิต
bulletไหว้พระหน้าคอม
bulletนั่งสมาธิหน้าคอม
bulletการเมือง ไม่ใช่เรื่องของสงฆ์
dot
กองทัพธรรม ธรรมยาตรา
dot
bulletไทย - กัมพูชา (2551)
bulletไทย - ลาว (2551)
bulletไทย - พม่า (2551)
bulletไทย - กัมพูชา (2550)
bulletไทย - ลาว (2552)
bulletไทย-เขมร 1 ม.ค. 2552
bullet ไทย-เขมร 1 ม.ค. 2553
bulletกฐินสามัคคี ไทย - ลาว 2553
bulletพระปฐมเจดีย์ - พุทธมณฑล
bulletกองทัพธรรม ธรรมยาตรา 2555
dot
ธรรมจาริก
dot
bulletธรรมจาริก สงกรานต์ 2553
bulletกองทัพธรรม ศรีสัชนาลัย 52
bulletกองทัพธรรม ศรีสัชนาลัย 53
bulletBrochure ศรีสัชนาลัย 2553
bulletภาพรวมทั้งหมด
dot
องค์กรด้านศาสนา
dot
bulletกรมการศาสนา
bulletสนง.พุทธศาสนาแห่งชาติ
bulletแม่กองบาลี
bulletแม่กองธรรม
bulletม.มหามกุฎราชวิทยาลัย
bulletม.มหาจุฬาลงกรณ์ ฯ
bulletอาณาจักรล้านช้าง
bulletวัดสีสะเกด
dot
Link วัดที่น่าสนใจ
dot
bulletวัดปากน้ำ-ภาษีเจริญ
bulletวัดพระเชตุพน(วัดโพธิ์)
bulletวัดบวรนิเวศวิหาร
bulletวัดเบญจมบพิตร
bulletวัดโสมนัสวรวิหาร
bulletวัดอัมพวัน(หลวงพ่อจรัญ)
bulletวัดญาณเวศกวัน
bulletวัดอรุณราชวราราม
bulletวัดนาคปรก
bulletวัดพระบาทน้ำพุ
bulletวัถถ้ำเมืองนะ
bulletวัดเชิงหวาย
bulletวัดเกาะ(ลำปาง)
dot
วัดเครือข่าย
dot
bulletวัดป่าเขาโต๊ะ จ.สุรินทร์
bulletวัดเขาแหลมรัตนมุนี
bulletวัดพระพุทธบาทเขาหนาม
bulletวัดจอมคีรีนาคพรต
bulletภูทอก หนองคาย
bulletวัดพระธาตุหินกิ่ว
bulletเขาหน่อ นครสวรรค์
bulletวัดเขาพระอังคาร
bulletวัดอาฮงศิลาวาส
bulletวัดไทยวัฒนาราม
bulletวัดโพธิคุณ
bulletวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์
bulletหลวงพ่อปากแดง
bulletวัดใหญ่ทักขิณาราม
bulletเขาคิชฌกูฎ (หลวงพ่อเขียน)
bulletวัดพระเจดีย์ชัยมงคล
bulletบรมพุทโธ (วัดป่ากุง)
bulletพระปฐมเจดีย์
dot
ทั่วไป
dot
bulletดังตฤณ
bulletสถานที่ปฏิบัติธรรมยอดนิยม
bulletลานธรรมจักร
bulletศูนย์กัมพูชาศึกษา
bulletหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ
bulletกองทัพธรรม ของพันธมิตร
bulletทักษิณ ชินวัตร อ่านอะไร
bulletสอนอย่างไร ให้ถึงฝัน
dot
จังหวัด
dot
bulletกรุงเทพมหานคร
bulletนครราชสีมา
bulletสุรินทร์
bulletหนองคาย
bulletเวป 76 จังหวัด
dot
เกจิ - อาจารย์
dot
bulletหลวงปู่ทวด
bulletหลวงปู่โต พรหมรังษี
bulletหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ
bulletหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ
bulletหลวงพ่อจรัญ สอนกรรมฐาน
bulletBuddha's Lost Children
dot
Headline
dot
bulletLife of the Buddha (BBC)
bulletLife of the Buddha (Eng)
bulletLife of the Buddha (Thai)
bulletสารคดี เจ้าแม่กวนอิม
bulletอหิงสกะ & องคุลิมาล
bulletพระจักษุธาตุ
dot
พระพุทธรูปสำคัญ
dot
bulletพระพุทธรูป 66 ปาง
dot

dot


free counters


Copyright © 2010 All Rights Reserved.