ReadyPlanet.com
dot

 หน้ารวมกระทู้ > เรื่องจริงพระเจ้าตาก

เรื่องจริงพระเจ้าตาก


 

"เรื่องจริง ของพระเจ้าตาก"

เรื่องราวนี้เป็นเรื่อง เล่าจากประสบการณ์ของพระเดชพระคุณพระธรรมสิงหบุราจารย์ (จรัญ จิตธัมโท /หรือพระครูเจริญ จิตธัมโม) ซึ่งได้เจริญกรรมฐานจนได้อนิสงส์สามอย่างคือ ระลึกชาติได้เจ็ดชาติ เห็นกฏแห่งกรรม และเกิดปัญญาแก้ปัญหาได้

"เรื่องจริง ของพระเจ้าตาก"

สรุปข้อเท็จจริงเรื่องพระเจ้าตากสิ้นพระชนม์อย่างไร

ข้อเท็จจริงตามประวัติศาสตร์ที่ว่าพระเจ้าตากนั้นเป็นผู้กู้เอกราชให้กับ ไทยนั้น พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์นักรบที่เก่งกาจกล้าหาญ และเสียสละอย่างมาก อย่างที่ชนธรรมดามิได้ล่วงรู้.กมากมาย แต่เรื่องที่จะเล่า เกี่ยวกับพระเจ้าตากนั้นไม่ได้มีในประวัติศาสตร์ที่เราเคยเรียนกัน

- พระเจ้าตากมิใช่เป็นลูกของคนจีนสามัญชนตามประวัติศาสตร์ แต่เป็นโอรสในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศกับสนมลับชาวจีนชื่อไหฮอง แต่เนื่องจากสมัยอยุธยานั้นมีการแก่งแย่งชิงดีกันมาก มีการฆ่ากันเพื่อชิงราชสมบัติ พระมารดาของพระเจ้าตากเกรงจะเป็นอันตรายจึงได้ปิดเป็นความลับ และบอกว่าบิดาของพระเจ้าตากชื่อไหฮอง (ชื่อของนางเอง) และมารดาชื่อนางนกเอี้ยง (ชื่อที่แต่งขึ้นไม่มีตัวตนจริง)

ประวัติศาสตร์นั้นได้ถูกบันทึกไปตามเหตุการณ์ที่ถูกทำให้เป็นว่าเป็นไป โดยที่หามีใครรู้ข้อเท็จจริงไม่(โดยส่วนตัวของข้าพเจ้าในสมัยที่เรียน ประวัติศาสตร์นั้น ก็มีความรู้สึกไม่ค่อยเชื่อว่าคนที่จะขึ้นมาเป็นระดับพระมหากษัตริย์นั้นจะ เกิดมาจากคนสามัญชนเพียงเท่านั้น เพราะผู้ที่จะเป็นพระมหากษัตริย์นั้นย่อมต้องมีบุญบารมีสูง ย่อมน่าจะสืบสายเลือดมาจากเชื้อพระวงค์)

- พระเจ้าตากไม่ได้สติวิปลาสและถูกสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์ ดังที่ได้บันทึกในประวัติศาสตร์ ความจริง เป็นพระประสงค์ของพระองค์เองที่จะสละความเป็นกษัตริย์เพื่อหันไปออกผนวช เป็นพระภิกษุ จึงได้ขอร้องให้พระสหายร่วมสาบานปราบดาภิเษกแทน (พระสหายนี้คือรัชกาลที่หนึ่งนั่นเอง) ความจริง พระสหายนั้นมีความซื่อสัตย์ภักดีต่อพระเจ้าตากเป็นมั่น มิได้มีความคิดที่จะก่อกบฏหรือหวังขึ้นตั้งตัวเป็น กษัตริย์ และก็ไม่ยอมทำตามพระประสงค์ของพระเจ้าตาก แต่ด้วยเหตุผลของพระเจ้าตากว่า พระองค์ เป็นกษัตริย์ที่ยากจนเข็ญใจ เงินในท้องพระคลังไม่มีเลย ไม่มีแม้แต่เบญจาชกกุณฑ์ (เครื่องหมายแสดงความเป็นพระราชา มี ๕ ได้แก่ พระขรรค์ ธารพระกร อุณหิส ฉลองพระบาท และ วาลวิชนี) เนื่องจากผลของสงคราม ข้าวยากหมากแพง พระองค์ต้องช่วยเหลือราษฎรของพระองค์ จน ต้องเป็นหนี้กับจีนถึงหกหมื่นตำลึง ถ้าหากพระองค์จะค่อยๆ ผ่อนใช้ก็พอได้ แต่เมื่อรู้ว่าจีนคิดมิซื่อหวังยึด เอาไทยเป็นของตน ดังนั้นจึงมิอาจยอมได้ ทรงคิดว่าการผลัดแผ่นดินเป็นการล้างหนี้ที่ดีที่สุด พระองค์ทรงใช้กุศโลบายเพื่อรักษาเอกราชของชาติ โดยแสร้งทำตนว่าสติวิปลาส แล้วให้พระสหายขึ้น ปราบดาภิเษก ถึงตอนนั้นจีนก็ไม่สามารถยึดเอาไทยไปได้ เพราะผู้ที่ทำสัญญากับจีนนั้นเป็นพระเจ้าตาก เพียงผู้เดียวที่รับผิดชอบ

ผู้ที่ถูกสังหารด้วยท่อนจันทน์ ไม่ใช่พระเจ้าตาก แต่เป็นสหาย.กคน (หลวงอาสาศึก) ที่หน้าตาท่าทางคล้ายกับพระเจ้าตากเป็นอันมาก ยอมเสียสละชีวิตตนแทน ส่วนพระเจ้าตากนั้นพระสหายได้แอบพาหนีไปที่อื่นอย่างปลอดภัยนี่แสดงให้เห็น ถึงความเสียสละของพระเจ้าตาก กับความรักความสามัคคีและความซื่อสัตย์ที่พระสหายมีต่อพระเจ้าตากนั้นเป็น ที่สูงสุด และนี้จึงเป็นผลบุญให้พระสหายซึ่งต่อมาได้สืบพระราชวงค์ใหม่ ได้มีแต่ความเจริญยั่งยืนสืบยาวนานตลอดรัชกาล

พระเจ้าตากสิ้นพระชนม์ (ละสังขาร) อย่างไร

เมื่อครั้งที่พระเจ้าตากได้ไปตั้งค่ายในป่า ได้พบกับพระรูปหนึ่งได้ให้กรรมฐานแก่พระเจ้าตาก จึงทรงมิอยากครองราชต่อไป ทรงดำเนินแผนการว่า ทางอยุธยาเกิดเรื่อง จึงสั่งให้พระยาสวรรค์ยกกองทัพไปปราบ เสร็จแล้วให้กลับมายังกรุงธนบุรีและล้อมพระราชฐานไว้ แล้วจับพระองค์บวชเสีย แต่ปรากฏว่าพระยาสวรรค์เกิดลืมตัวอยากเป็นใหญ่ตั้งตนเป็นกษัตริย์ขึ้นมาจริงๆ สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (รัชกาลที่หนึ่ง) จึงได้ยกทัพลงมาปราบส่วนพระเจ้าตากได้ไปเจริญวิปัสนากรรมฐานในถ้ำแห่งหนึ่ง ที่เพชรบุรี ในวันที่พระองค์บรรลุธรรมสูงสุดคือวันที่ท่านละสังขารขณะที่กำลังดูดดื่ม อยู่ในวิมุติสุข พระองค์ถูกชายสองคนใช้ไม้คมแฝกฟาดที่ศรีษะอย่างนับไม่ถ้วน ชายสองคนนั้นเป็นพวกกลุ่มคนที่ต้องการเอาความดีความชอบเมื่อรู้ว่าผู้ที่ถูกสำเร็จโทษไม่ใช่พระเจ้าตากตัวจริงจึงสืบหาเพื่อตามสังหาร แต่กรรมตามทัน มีการกบฏซ้อนกบฎกันวุ่นวายพวกนั้นก็ฆ่ากันตายเองส่วนพระเจ้าตากได้สำเร็จ เป็นพระอรหันต์กลายเป็นวิสุทธิเทพในที่สุด

หนังสืออ้างอิง ความหลงในสงสาร, (สุทัสสา อ่อนค้อม), ๒๕๔๙

- เรื่องราวนี้เป็นเรื่อง เล่าจากประสบการณ์ของพระเดชพระคุณพระธรรมสิงหบุราจารย์ (จรัญ จิตธัมโท /หรือพระครูเจริญ จิตธัมโม) ซึ่งได้เจริญกรรมฐานจนได้อนิสงส์สามอย่างคือ ระลึกชาติได้เจ็ดชาติ เห็นกฏแห่งกรรม และเกิดปัญญาแก้ปัญหาได้ ท่านได้พบกับพระเจ้าตากซึ่งเป็นพระวิสุทธิเทพแล้วเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน พระเจ้าตาก

ได้เล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟังด้วยต้องการให้นำไปเผยแพร่ข้อเท็จ จริง เพราะท่านเห็นว่าคนไทยเราต่างมีความขัดแย้งกันมากมาย ที่สำคัญคือท่านไม่ต้องการให้สถาบันกษัตริย์เสื่อมเสียเพราะจากความเข้าใจ ผิดและความมิชฉาทิฐิ

- ท่านที่ได้อ่านจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ปัญญาและสัมมาทิฐิของแต่ละบุคคล แต่โดยส่วนตัวของข้าพเจ้ามิได้มีอำนาจอิทธิฤทธิ์ใดๆ ที่จะเห็นได้ว่าเรื่องที่เล่านั้นจริงหรือไม่ เพียงแต่อ่านแล้วรู้สึกเกิดแรงบันดาลใจที่จะเล่าต่อต่อให้แก่กัน โดยหวังว่าอานิสงค์นี้จะช่วยก่อให้เกิคผลแก่ประเทศชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้ประชาชนได้เกิดความสามัคคี อย่าได้มีความขัดแย้งแตกแยกกัน จงเกิดปัญญาและสัมมาทิฐิ รู้ข้อเท็จจริงด้วยปัญญาของตนเอง มิใช่จากการฟังเสียงลือเสียงเล่าอ้างแล้วมิได้ไตร่ตรองจนทำให้เกิดความ ทะเลาะเบาะแว้ง


 

ขอบคุณ

http://www.amulet.in.th/forums/view_topic.php?t=1396



ผู้ตั้งกระทู้ qq :: วันที่ลงประกาศ 2009-02-12 07:49:29


[1] 2 3 4 5 ถัดไป >>

ความเห็นที่ 1 (1457853)

น่าจะเนอย่างนั้นเพาะคนที่จะเปนพระมหากษัตริย์ต้องเปนผู้มีบุญยาธิการมากและ  ร 1คงไม่คิดทรยศ  อยากได้บ้านเมื่อง ตั้งตนเปนใหญ่ขนาดจะฆ่าพระมหากษัตริย์ตาย

ผู้แสดงความคิดเห็น คนนหลงไหลอดีต วันที่ตอบ 2009-09-01 14:08:31


ความเห็นที่ 2 (1463919)

ที่ได้เจอกับตัวเองมา ก็เป็นดังข้างต้นนี้ค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ลูกหลานสยาม วันที่ตอบ 2009-10-10 12:06:40


ความเห็นที่ 3 (1467592)

ประวัติศาสตร์ไทยในหนังสือแมร่งมัวได้โล่ - -*

ผู้แสดงความคิดเห็น Pawwaw วันที่ตอบ 2009-10-30 16:01:59


ความเห็นที่ 4 (1480845)

อ่านแล้วมั่วดี ไอเรื่องระลึกชาติได้เจ็ดชาติ 7 ชาติเนี่ย ผมเข้าไปเจอบางเว็บนะ น่าเชื่อกว่า เว็บนี้เขาเอาประวัติพระเจ้าตาก ที่บาทหลวงเข้ามาเผยแพร่ศาสตร์สนาคริสสมัยอยุธยามาเผยแพร่ในเว็บฯ อ่านแล้วน้ำตาไหลตลอดเลยครับ บาทหลวงบันทึกไว้ว่า ยุคพระเจ้าตากประเทศไทยใหญ่มาก เขาลงแผนที่โบราณให้ดูด้วยครับ มันไม่ใช่ประเทศครับ มันเป็นอาณาจักสยาม ครับ ยิ่งใหญ่มาก อ่านถึงตอนสุดท้าย ผมร้องจนตาบวมเลยครับ รุ่งขึ้นอีกวันหนึ่ง ผมว่าจะเข้าไปเซฟไว้ ปรากฏว่า เว็บหายไปแล้วเข้าไม่ได้ งง เลย ผมเล่ามากกว่านี้ไม่ได้ครับ เล่าแค่นี้ละกันนะครับ สมัยนั้นฝรั่ง (บาทหลวง) เขียนแผนที่สยามนะครับ เขาบันทึกตามที่เห็น ตามที่รู้ แล้วไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไร

ความโลภไม่ปรณีใคร ทำให้ตาบอด ไม่เห็นธรรม กรรมไดใครก่อวันหนึ่งจะต้องได้รับกรรม

คนดีๆ อยู่ไม่ได้ แม้ปัจจุบัน ปีใหม่นี้ ผมขอให้คนไทยรักกันมากๆ นะครับ ขอให้คนไทยทุกคน โชคดีตลอดปี 2553 นะครับ

ขอให้พระเจ้าตาก นายกฯปรีดี อาจารย์ป๋วย จงปกปักรักษาคนไทยที่รักความเป็นธรรม รักประชาธิปไตย ให้เจริญก้าวหน้า สุขภาพดี และปลอดภัย ตลอดไป

ผู้แสดงความคิดเห็น pote-fc วันที่ตอบ 2010-01-05 23:56:01


ความเห็นที่ 5 (1493209)

พระดีทุกองค์ครับส่วนที่เลวคือมนุษย์ที่ใส่เครื่องนุ่งห่มสีเหลืองครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น jed วันที่ตอบ 2010-04-29 04:41:56


ความเห็นที่ 6 (1502325)

ถ้าพระเจ้าตากสละราชสมบัติให้พระสหายจริงแล้วทำไมลูกเมีัยของท่านถึงต้องโดนประหารหมด เหลือแต่โอรสองค์เดียวคือเจ้าฟ้าเหม็นซึ่งเป็นลูกของพระเจ้าตากที่สมรสกับลูกสาวของพระยาจักรี ทำให้พระยาจักรีมีศักดิ์เป็นตา แต่ก็ต้องมาโดนประหารอีกหลังจากสิ้นรัชกาลที่1ไปเพียง 3 วัน โดยโดนข้อหากบฎ (หาอ่านข้อมูลในเน็ตได้ในกบฎเจ้าฟ้าเหม็น) ถ้าพวกท่านลองศึกษาหลายๆทางจะเห็นว่าชีวิตของพระเจ้าตากน่าสงสารมาก เรื่องแย่งชิงอำนาจมีมาทุกสมัยจวบจนถึงปัจจุบันก็ยังมีอยู่ เรายอมรับความจริงกันเถอะ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนไท วันที่ตอบ 2010-07-22 14:04:13


ความเห็นที่ 7 (1504292)

เก็ทแร้วครับ ความจริง -- พระดีทุกรูปครับส่วนที่เลวคือคนที่ใส่เครื่องนุ่งห่มสีเหลืองครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น N\"กล้วย (Hellinktan_tequila_martini-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-08-08 13:38:53


ความเห็นที่ 8 (1505154)

 

เรื่องของอดีตเราไมสามารถเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขได้ แม้ตัวผมเองก็รู้สึกว่าเรื่องมันผิดปกติและสงสารพระเจ้าตากมากๆๆๆๆ แต่ถ้ามองในแง้ดีในราชวงศ์นี้ เรามีพระมหากษัตรย์ที่ดีมากๆๆๆทุกพระองค์โดยเฉพาะรัชกาลที่ 5 และ รัชกาลที่9 ที่ทำเรื่องดีๆไว้กับคนไทยตั้งมากมายจงภูมิใจเถอะครับที่เรามีพระมหากษัตรย์ที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ ผมภูมิใจครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น eakkkkk วันที่ตอบ 2010-08-13 00:05:29


ความเห็นที่ 9 (1505252)

อดีตคือ สิ่งที่ล่วงเลยไปแล้ว ใน็ลกนี้ยังมีสิ่งที่เราไม่รู้อีกเยอะ..ทำไม่ได้อย่างเขาอีกตั้งมาก  อย่างไปวิจารณ์เลย ว่าจริงๆแล้วเป็นอย่างไร

เพราะเราไม่รู้อะไรเลย และจริงๆแล้วทุกคนก็ไม่รุ้อะไร  ดังนั้นเรื่่องในอดีต ก็ปล่อยให่เป้นหน้าที่ของประวัติศาสตร์เถอะ...

ผู้แสดงความคิดเห็น mojipoji (mojipoji2005-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-08-13 22:19:52


ความเห็นที่ 10 (1505268)

รื่องเล่า ของ สุทัสสา อ่อนค้อม มันเป็นแค่เรื่องแต่ง อ่านหรือฟัง ก็สนุกดี ใหม่ๆผมก็เชื่อ ผมเริ่มไม่เชื่อตั้งแต่ที่ หลวงพ่อเจริญ(ตามเนื้อเรื่อง) หลังจากเรียนกับหลวงพ่อเดิม  หลังจากหลวงพ่อเดิมเสีย ก็ไปเรียนกับ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า

หลวงปู่ศุขท่านมรณภาพ 2466
หลวงพ่อจรัญเกิด 2471

หลวงพ่อเดืม มรณภาพ 2494
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคนแต่งนึกอะไร แค่ประวัติเกจิก็ไม่ศึกษา แล้วยังหลับหูหลับตาเขียนอยู่ได้ แล้วเรื่องอื่นๆไม่ต้องไปคิด มันโกหกทั้งนั้น

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ผ่านมาบอก วันที่ตอบ 2010-08-14 09:43:26


ความเห็นที่ 11 (1505613)

แล้วพ่อกูที่รบด้วยความซื่อสัตย์จนดาบหักหละตายเพราะอะไร

ผู้แสดงความคิดเห็น สงสัย วันที่ตอบ 2010-08-17 12:08:48


ความเห็นที่ 12 (1507559)

พระเจ้ากรุงธนบุรีมอบราชสมบัติให้เจ้าพระยาจักรีอย่างง่ายดายขนาดนั้นเลยหรอครับ เพราะว่าขนาดเก้าอี้นายกยังหวงไว้สุดชีวิตเลย แล้วบรรลังนี้นะให้กันง่ายขนาดนั้นเชียวหรอครับ ถ้าไม่พูดความจริงก็ไม่ต้องเขียนดีกว่านะครับอายประเทศอื่นเขา ถ้ามาเถียงกับผมบอกเลยคุณไปทำเป็นแบบธีสิสมาถ้าถูกต้องผมจะพิมพ์แจกให้นะครับ  ประวัติมันนานแล้วไม่ต้องขุดมาเขียนมั่ว     ตอนนี้พระเจ้าอยู่หัวของเราทรงทศพิศราชธรรมอย่ามาทำให้พระองค์มัวหมอง และผมจะปกป้องในหลวงจนตัวตาย เพระท่านเปี่ยมด้วยทศพิศราชธรรม อย่าทะลึ่งขุดเรืองพระเจ้ากรุงธนบุรีมาหลอกชาวบ้านอีก เพราะท่านคือผู้กล้าที่หญิ่งใหญ่เหมือนกัน

ผู้แสดงความคิดเห็น คนรักพระเจ้าอยู่หัวผู้ทรงคุณธรรม วันที่ตอบ 2010-08-29 21:54:52


ความเห็นที่ 13 (1515418)

ทุกเรื่องที่นำมาลงไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงก็ดีเรื่องไม่จริงก็ดี ผมเข้าใจนะครับว่าทุกคนคงอยากให้ทุกท่านที่อ่านประวัติศาสตร์ในสมัยกรุงธนบุรี ทราบข้อเท็จจริง ผมทราบครับเพราะว่าทุกท่านต่างคนต่างความคิด ไม่มีใครคิดผิดหรอกเพราะมันอาจเป็นไปได้ทั้งหมดแหละครับ

แต่ผมขอบอกนะครับประวัติศาสตร์สมัยกรุงธนบุรีที่หลายๆท่านนำมาลงในหน้า Google ผมขอบอกตามตรงนะครับผมจะไม่อ้อนค้อมให้เสียเวลาครับ ผมขอบอกว่า  เรื่องพวกนั้นส่วนมากก็คือ ค่อนข้างบิดเบือนมากที่สุดครับ

1.ผมขอสรุปว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินท่านโดนโค่นล้มล้างราชบัลลังก์ครับ(ถ้าท่านไม่เชื่อลองหาอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ที่เชื่อได้และตามหน้าเวบที่เชื่อถือได้ครับ)

2.ส่วนพระยาพิชัยดาบหัก เสียชีวิตช่วงผลัดแผ่นดินครับ

ไม่ได้ขอให้เจ้าพระยาจักรีประหารนะครับ แต่พระยาพิชัยดาบหัก สั่งให้ประหารตนเองครับ เพราะว่าถ้าไม่สั่งประหารตนเอง กรุงเทพจะต้องเกิดศึกสงครามแน่นอนครับ เพราะว่าพระยาพิชัยดาบหัก จะไม่ยอมเป็นแน่

3.เรื่องพระเจ้าตากเป็นหนี้ไม่เป็นเรื่องจริง เป็นการแต่งอุบายแต่งเรื่องขึ้นมาครับ

4.ถ้าอยากรู้เรื่องสมัยกรุงธนบรีไปหาอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ญวนได้ครับ

5.เรื่องพระยาสรรค์ก่อกบฏ ตามหน้าประวัติศาสตร์เท่าที่ผมเสาะค้นหา ไม่มีประวัติเลยครับ อาจเป็นเรื่องแต่งขึ้นมาครับ

6.พระยาพิชัยดาบหักชื่อเต็มว่า พระยาพิชัยรณรงค์สงคราม(ดาบหัก) ยศเท่า น้องร.1 ครับ ไม่มีคำว่า

ข้าสองเจ้า บ่าวสองนาย นะครับ พระยาพิชัยดาบหัก พูดว่า กูขอรองบาทสมเด็จพระเจ้าตากแต่เพียงพระองค์เดียวครับ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น คนไทยชาตินิยม วันที่ตอบ 2010-10-28 19:46:42


ความเห็นที่ 14 (1515513)

ในอดีต ดินเเดนสยามมีเรื่องสำคัญที่น่าสนใจมากมาย เชื่อเเน่ว่าคนในยุคนั้นได้มีบันทึกไว้ เเต่ก็ถูกทำลายหายสูญสิ้นของผู้มีอำนาจที่รับใช้ในราชสำนักเเต่ละยุคที่จะกำจัด ทำลาย เเละกลบเกลื่อนร่องรอยหลักฐาน จะมีเร้นรอดออกมาได้ก็เฉพาะคนต่างชาติที่มีความกล้าเเละยืนอยู่บนข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ต่างจากคนในสยามซึ่งมีลักษณะพิเศษ อาจเป็นเพราะเป็นสังคมอุปถัมภ์เเบบขี้ข้าเเละเจ้านายที่พร้อมจะรับใช้อย่างสุดชีวิต ขณะเดียวกันก็พร้อมจะโค่นล้มเพื่อขึ้นเป็นเจ้านายเเทนทันทีที่มีโอกาส จึงต้องทำลายล้างหลักฐานทุกชนิดเพื่อไม่ให้มีโอกาสกลับมาเเก้เเค้นได้ จนเเทบจะไม่เหลือรากเหง้าของประวัติศาสตร์ทีชัดเจน รวมทั้งประวัติของต่างชาติที่ได้เข้ามาข้องเเวะในเเต่ละช่วง เลือนลางเต็มที เป็นความจงใจของผู้มีอำนาจในขณะนั้น พระเจ้าตากเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดมีการบิดเบือนมาตลอด อาจเป็นเพราะมีพระปรีชาสามารถมาก จนหาผู้เสมอเหมือนได้ยากมาก การบิดเบือนเพื่อให้พระองค์ตกต่ำลง เเม้พระพักตร์ที่เเท้จริงก็ยังเป็นปริศนา อนุเสาวรีย์ก็เพิ่งจะมี เเสดงให้เห็นธาตุเเท้ของสังคมอุปถัมภ์เเบบขี้ข้าเเละเจ้านายได้ดี ทุกวันนี้ประวัติศาสตร์ไทยผู้มีอำนาจเป็นคนเเสดงบทนำร่องก่อนเเละผู้เขียนที่เป็นขี้ข้าซึ่งมีดาษดื่นเป็นผู้ยกยอปอปั้ม เเทบหาความจริงไม่ได้เพราะถูกครอบงำ รังเเก หาเหตุให้เป็นอันตรายได้โดยง่าย

ผู้แสดงความคิดเห็น ทองเลย วันที่ตอบ 2010-10-29 15:54:16


ความเห็นที่ 15 (1516268)

ทำไมไม่สร้างหนังเกี่ยวกับพระเจ้าตากบ้างสร้างให้ตรงกับหลักฐานจริงๆไม่บิดเบือน อาจเป็นเพราะที่รู้กันดีว่าก่อนจะเป็น รัชกาลที่1 ความเป็นมาในการขึ้นครองราชนั้นมันเป็นยังงัยเลยไม่อยากสร้างก้อได้ ผมสงสารพระเจ้าตากจริงอุจส่าห์รวบรวมสยามให้กลับมาแต่กลับต้องเจอแบบนี้...

ผู้แสดงความคิดเห็น thai.. วันที่ตอบ 2010-11-03 11:19:22


ความเห็นที่ 16 (1516476)

ผมขอตอบความคิดเห็นที่ 15 นะครับ

ตอบ ไม่สามารถสร้างได้ตามความจริงครับไม่ใช่เพราะหน้าประวัติศาสตร์ที่บิดเบือนนะครับ

ข้อแรกคือ ถ้าสร้างหนังแล้วเรื่องสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จะมาเกี่ยวโยงกับเรื่องของ ราชวงศ์จักรี ครับ และอีกหลายๆเรื่องที่มีอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์กรุงธนบุรีครับ

ข้อสอง ถ้าสร้างไม่ดีประชาชนก็อาจมีการประท้วงได้ครับ แต่ก็มีอีกด้านนะครับ ถ้าสร้างตามความจริง ก็จะส่งผลต่อชีวิตของตนเองและครอบครัว (เดี๋ยวจะโดนข้อหาก่อการกบฏและปลุกระดมครับ)

ข้อสาม สังคมในเมืองยังไม่เปิดให้ทำอย่างนั้นได้เต็มที่ครับ ประเทศไทยยังมีการปกครองประเทศอยู่ 4 แบบด้วยกันครับ 1.ปกครองระบอบกษัตริย์

                2.ปกครองระบอบเผด็จการ

                3.ปกครองระบอบคอมมิวนิส

                4.ปกครองระบอบประชาธิปไตย

ทำไมผมจึงกล่าวว่าเช่นนั้นครับ การบอกประกาสว่าเรา

ปกครองแบบประชาธิปไตย เพื่อให้ดูดีในสายตาของนานาประเทศที่เจริญแล้วครับ  ถ้าทุกท่านไม่เชื่อที่ผมลงไว้ ทุกท่านผู้อ่านลองไปนั่งคิดและนอนคิดดูนะครับ

ว่าผมพูดถูกรึเปล่า

 

ผู้แสดงความคิดเห็น คนรักในความเป็นไทย วันที่ตอบ 2010-11-04 19:49:51


ความเห็นที่ 17 (1517109)

พระราชประวัติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ยังคงดำมืดอยู่ในหลายๆด้านตลอดช่วงสองร้อยปีเศษที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ในยุครัตนโกสินทร์ ต้องมลายไปกับการทำลายล้างให้สิ้นซากเนื่องจากเกรงกลัวในพระบารมีสร้างชาติสยามใหม่ของพระองค์โดยการแผ่ขยายราชอาณาเขตเเผ่นดินปกครองไปได้กว้างไกลมาก จากพระปรีชาสามารถในการรบทัพจับศึกตลอดรัชสมัยของพระองค์สิบห้าปีเศษ นอกจากนี้ยังได้ทำนุบำรุงขวัญเเก้ปัญหาการขาดเเคลนเพื่อให้ประชาราษฎร์ยอมย้ายกลับถิ่นฐานเดิม รื้อฟื้นเเละบูรณะบ้านเมืองให้เป็นปรึกแผ่นโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกันก็ใส่ใจดูเเลรักษามรดกทางวัฒนธรรมเเละประเพณีอย่างจริงจัง รวมทั้งด้านพระศาสนาก็เข้มข้นมาก ตลอดจนการติดต่อค้าขายกับต่างชาติเป็นอันมาก กล่าวโดยรวมเเล้ว พระองค์ได้เป็นผู้สร้างชาติสยามใหม่เเละวางรากฐานอาณาเขตไว้อย่างเกรียงไกร จนหาพระมหากษัตริย์พระองค์ใดมาเทียบได้ยาก นี่คือปมประเด็นสำคัญที่โดดเด่นเเละต้องจับตาวิเคราะห์เพราะในภายหลังต่อๆมาสยามประเทศเเห่งนี้ ได้ทยอยสูญเสียดินเเดนไปมากให้เเก่นักล่าอาณานิคม ชาติตะวันตกอังกฤษเเละฝรั่งเศษ เพื่อเเลกกับการอยู่รอดไม่สูญเสียเอกราชของสยามประเทศ ซึ่งก็รวมถึงการอยู่รอดของราชวงศ์จักรีที่ปกครองสยามในขณะนั้นเเละเราชาวไทยก็ภูมิใจกันมากว่ารอดมาได้ ในทางตรงกันข้าม พม่าเเละมาลายูได้สูญเสียเอกราชเเก่อังกฤษ ลาวเเละเขมรสูญได้สูญเสียเอกราชเเก่ฝรั่งเศษ เเละบรรดาราชวงศ์ที่ปกครองประเทศเหล่านั้นในขณะนั้นก็ได้สิ้นมลายไปด้วย ภายหลังต่อมาชาติเหล่านั้นก็ได้อธิปไตยกลับคืนมาพร้อมเเนวเขตประเทศเดิมในขณะที่ยังตกเป็นอาณานิคมฝรั่งเศษ กับ อังกฤษปกครอง ซึ่งตราบถึงทุกวันนี้ แผ่นดินสยามต้องสูญหายไปจากรัชสมัยพระเจ้าตากสินปกครอง ถึงอีกเท่าหนึ่งของขนาดปัจจุบันโดยประมาณ ดังนั้นพอจะเห็นภาพชัดเจนว่าในรัชสมัยรัชการที่สี่เเละที่ห้าเเห่งราชวงศ์จักรีนั้นมีขีดความสามารถทางด้านการทหารอย่างไร เเละการยอมเสียดินเเดนเเต่โดยดีเพื่อการรักษาราชวงศ์จักรีให้อยู่รอด หรือการรักษาเอกราชของสยามประเทศให้อยู่รอด อย่างไรก็ตามก็ยังมีประเด็นที่น่าสนใจอีกมาก กล่าวคือในรัชสมัยรัชการที่ห้าได้มีการสร้างพระราชวัง วัง ต่างๆมากมายให้เจ้านายเชื้อพระวงศ์ รวมทั้งสาธาระณูปโภคพื้นฐาน ตลอดจนค่าใช้จ่ายใพระราชสำนักมากมายมหาศาล จนสุดท้าย สยามประเทศก็เป็นปัญหาด้านการเงินการคลัง ข้าวยากหมากแพง เมื่อล่วงเข้ารัชการที่หก เเละที่เจ็ด ชาวสยามเริ่มตะหนักในอาณาคตของประเทศมากขึ้น นำไปสู่การเปลี่ยนเเปลงการปกครองในปี๒๔๗๕ เเต่พระปรีชาของพระเจ้าตากสินมิได้มีการเทอดทูนเลยตั้งเเต่ใหนเเต่ไรมาเเละยังมีการจัดตั้ง พระบิดามากมายไว้ในรัชสมัยใด เเละเพื่อวัตถุประสงค์ใด ท่านลองคิดดูเอาเองครับ  

ผู้แสดงความคิดเห็น จ่าเล็ก วันที่ตอบ 2010-11-09 16:42:39


ความเห็นที่ 18 (1518248)

''''งงครับ แต่ผมว่านะกษัตริย์ ไทยทุกพระองค์ มีประปรีชาต่างกัน แล้วทุกคนจะเถียงกันเพื่อ..

แล้วที่ทุกท่านทุกคนเหยียบอยู่นี่ละเรียกว่า อะไรหรือครับ

''แผ่นดิน''ใช่ไหม นั่นเป็นเครื่องหมายที่บอกได้ว่า บรรพบุรุษ ไทย เอาเลือดมาทา

 

แผ่นดินเพื่อให้ลูกหลาน แบบพวกท่านอะอยู่ครับ

แล้วเรื่อง เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน เอามาพูดๆๆกัน คิดว่ามันสมควรแล้วหรือครับ แล้วอะไรที่ว่า เกี่ยงกันเรื่อง สีๆ ลองต่างคนต่างนิ่งๆ

ไม่เอะอะโวยวาย เศรฐกิจไทยจะเป็นแบบนี้ไหมละครับ คิดกันเอา คอมยังเล่นเป็น หนังสือก้เรียนกันมา จะมาเถียงกันเพื่อ...

'''''''จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิดจะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผงจะยอมตายหมายใหเกรียติดำรงค์จะผิดทองหลังองค์พระประติมา''''''''

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ... วันที่ตอบ 2010-11-19 08:56:32


ความเห็นที่ 19 (1521296)

 

SDGhajhae

ผู้แสดงความคิดเห็น fluk (thanawit_ffluk-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-12-11 14:23:32


ความเห็นที่ 20 (1521407)

เรื่องแบบนี้น่าสนใจดีน่ะ

ว่าไหม

ผู้แสดงความคิดเห็น ผับเอง (pubza2008-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-12-12 09:16:41


ความเห็นที่ 21 (1522289)

ประวัตศาสตร์คือ อดีดครับ แล้วแต่ความเชื่อ แต่ปัจจุบันเราควรช่วยกันทำนุบำรุงบ้านเมืองครับ ให้อภัยกับคนที่ไม่ดีที่กลับใจเป็นคนดี

เพราะชาตที่แล้วเราอาจเป็นคนที่คิดคตทำลายชาตฺิก็ได้ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ??? วันที่ตอบ 2010-12-17 14:21:03


ความเห็นที่ 22 (1523120)

 

ในวันที่ ๒๘ ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จะมีพิธีถวายบังคมเเด่พระองค์ที่วงเวียนใหญ่ฝั่งธนบุรี เเละควรได้มีโอกาสเยือนโบราณสถานพระราชวังเดิม(บริเวณที่ตั้งกองทัพเรือ)เพื่อกราบสักการะบูชาพระองค์ท่าน เเละควรได้ศึกษาเข้าใจในพระราชประวัติของพระองค์ให้ท่องเเท้ก็จะสามารถเข้าใจในพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่านนั้นว่าเกรียงไกรเหนือพระมหากษัตริย์ในอดีตทุกพระองค์ เพราะสามารถรวบรวมแผ่นดินให้กว้างใหญ่ไพศาลขนาดประมาณสองเท่าเศษของขนาดปัจจุบัน โดยมีหลายชนชาติอาศัยอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นเอกภาพภายหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาพวกเราคนไทยควรได้สำนึกในพระมหากษัตริย์ชาตินักรบพระองค์นี้ให้มาก โดยได้มีผู้เปรียบเปรยพระองค์ว่าคล้ายกับนโปเลียนมหาราชเเห่งฝรั่งเศษ

ผู้แสดงความคิดเห็น เด็กปริญญาโท วันที่ตอบ 2010-12-21 20:40:14


ความเห็นที่ 23 (1523400)

คือมันก้มีทั้งข้อมูลที่ใช่แล้วก้ที่มั่ว(มั่วมากด้วย)แล้วก้มีเรื่องที่น่าเชื่อกับไม่น่าเชื่อ(ไม่รู้คิดได้ไง)คือมันก้แล้วแต่คนอะนัครับเพราะอย่างไอ้เรื่องระลึกชาติอะมันก้นะ...มันทำได้จริงมั๊ยก้ไม่มีใครทราบดังนั้นไม่ควรและไม่จำเป็นที่จะต้องแบบมั่นใจขนาดนี้เพราะเท่าที่อ่านมีการใส่ความคิดของตัวเองลงไปดว้ยซึ่งก้แปลว่ามั่นใจมาก...แต่ลองมองรอบๆดิว่าถ้าหากข้อมูลที่พูดไปมันผิดมันไม่ใช่แต่ตัวเองออกมาซะขนาด...มันน่าอายนะมันดูหมดความน่าเชื่อไปเลยอะก้ยอมรับแหละครับว่าประวัติศาสตร์ไม่อาจพิสูจน์ได้เหมือนในtvแต่ในฐานะที่เป็นคนๆนึงที่อยู่กะคำว่าhistoryมาครึ่งชีวิตผมรับไม่ได้(เฉพาะในขเอมูลที่มันผิดแบบ100%)ดังนั้นถ้ารู้ว่าข้อมูลทุกอย่างมันไม่มีความแน่นอนก้เลิกทำแบบนี้เถอะนะเพราะมันเหมือนเอาท่านมาหยามเล่นอะ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนที่ไม่เคยเอาชาติมาล้อเล่น วันที่ตอบ 2010-12-22 22:40:56


ความเห็นที่ 24 (1523406)

รู้รึเปล่าว่าเรื่องที่เขียนลงไปอะมันแต่งขึ้นประมาณ80-90%...ไม่รู้คนที่เขียนกระทู้โง่หรือคนที่เขียนหนังสือมาให้มันอ่านโง่กันแน่(โง่ทั้งคู่แหละ)รับไม่ได้อะ...ท่านไม่ใช่คนที่คุณจะเอาทำแบบนี้ท่านไม่ใช่kingที่เห็นแก่ตัวจำไว้นะครับมันน่าเกลียดอะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ... วันที่ตอบ 2010-12-22 22:53:05


ความเห็นที่ 25 (1523596)

 

 

   King Taksin the great is  the  

   greatest king of siam history.

ผู้แสดงความคิดเห็น tutor วันที่ตอบ 2010-12-23 20:44:22


ความเห็นที่ 26 (1523651)

คำทำนายที่เคยมีช้านานนัก
เริ่มประจักษ์ให้เห็นเร้นไม่ได้
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เคยทำนาย

เมื่อถึงปลายรัชกาลผ่านเข้ามา
ประเทศชาติจะรุ่งเรืองและเฟื่องฟุ้ง
น้ำมันผุดขึ้นมาจนเห็นค่า
พวกกาขาวจะบินรี้หนีเข้ามา
เป็นประชาจนเต็มพระนคร
ชนทั่วโลกจะยกพระองค์ท่าน
ชื่อกระฉ่อนร่อนทั่วทุกสิงขร
ออกพระนามลือชื่อดั่งทินกร
องค์อมรเอกบุรุษแห่งแผ่นดิน
ชาวประชาจะปิติยิ้มสดใส
แต่อกไหม้หนอนกินข้างในสิ้น
จะมีพวกกาฝากคอยกัดกิน
เพื่อให้ได้สิ่งถวิลสมจินตนา
จะมีการต่อตีกันกลางเมือง
ขุนนางเขื่องกังฉินกินทั่วหล้า
คอรัปชั่นจะกัดกร่อนทั้งพารา
ประดุจปลวกกินฝานั้นปะไร
ข้าราชการตงฉินถูกประณาม
สามคนหามสี่คนแห่มาลากไส้
เกิดวิกฤติผิดเพี้ยนโดยทั่วไป
โกลาหลหม่นไหม้ไร้ความดี
ประชาชีจะสับสนเรื่องดีชั่ว
ถ้วนทุกทั่วจะหมุดขุดรูหนี
ไม่แน่ใจสิ่งที่ทำนำความดี
เกรงเป็นผีตายตกไปตามกัน
พุทธศาสน์จะถูกรุกและล้ำ
มิตรเคยค้ำเป็นศัตรูมุ่งอาสัญ
เกิดวิกฤติธรรมชาติอุบาทว์ครัน
พายุลั่นน้ำถล่มดินทลาย

แผ่นดินแยกแตกเป็นสองปกครองยาก
เกิดวิบากทุกข์เข็ญระส่ำระสาย
เกิดการปราบจลาจลชนล้มตาย
เลือดเป็นสายน้ำตานองสองแผ่นดิน
ข้าเป็นนายนายเป็นข้าน่าสมเพช
ผู้มีบุญมีเดชจะสูญสิ้น
ทั้งพฤฒาอาจารย์ลือระบิล
จะร่วงรินดุจใบไม้ต้องสายลม
ความระทมจะถมทับนับเทวศ
ดั่งดวงเนตรมืดบอดสุดขื่นขม
คนที่ดีจะก้มหน้าสุดระทม
ส่วนคนชั่วหัวร่อร่าทำท่าดัง
จะมีหนึ่งนารีขี่ม้าขาว
ควงคฑามุ่งสู่ดาวสร้างความหวัง
ผู้ปกครองจะเป็นหญิงพึงระวัง
สายน้ำหลั่งกรากเชี่ยวหวาดเสียวใจ
ศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม
หลังฝนคร้ามลั่นครืนจะยืนได้
จะเข้าสู่ยุคมหาชนพาไป
เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราชแห่งประชา
คนชั่วจะถูกปราบราบคาบสิ้น
แผ่นดินเดือดสูญหายไร้ปัญหา
ประเทศชาติผ่านวิกฤติด้วยศรัทธา
ยามเมื่อฟ้าศรีทองผ่องอำไพ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น สุญญตา วันที่ตอบ 2010-12-24 07:52:14


ความเห็นที่ 27 (1523985)

อดีตผ่านไป  ความจริงก็ไม่ทราบชัดจะใสใจทำไม

แม้จะเป็นจริง แล้วไง จะดีจะชั่วอยู่ที่คนๆนั้น

แม้แต่บรรพบุรุษของเราเองก็อาจไม่เป็นคนดีทุกคน

ก็เป็นเรื่องคนๆนั้น มันเกี่ยวกับคุณตรงใหน

อย่าเป็นคนพาล คนโง่

ผู้แสดงความคิดเห็น อย่าพาล วันที่ตอบ 2010-12-26 12:05:07


ความเห็นที่ 28 (1524025)

ผมก้อเป็นอีก 1 คนที่ชอบประวัติศาตร์ เดินทางไปเกือบทั่วประเทศ ไปจันทบุรีก้อไปไหว้พระเจ้าตาก   อยุธยาไปบ่อยมากไปไหว้ท่านที่วัดกษัตริย์ซึ้งเลยครับ ไปแม่สอดก้อไปไหว้พระเจ้าตาก   พิษณุโลกก้อไปไหว้     ผมซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ท่านทำใว้ให้คนไทยทุกคน    ก้อไม่เข้าใจกับประวัติศาสตร์ไทยเหมือนกัน   ท่านเป็นผู้กอบกู้บ้านเมืองเป็นปึกแผ่นแล้วใยท่านไม่ได้เป็น พระมหากษัตริย์แห่งสยาม  แล้วประวัติของท่านทำมัยมีการบิดเบือนและปกปิดความจริง  ท่านเสียชีวิตอย่างไรก้อไม่มีการเปิดเผยที่แน่นอนในประวัติศาสตร์  บุณบารมีของท่านช่างมีมากมายเหลือเกินจะบรรยายได้ พูดไม่ออกล่ะครับมันตื้นตัวในอกครับ....เชนทร์

ผู้แสดงความคิดเห็น เชิดชูท่านอย่างยิ่ง วันที่ตอบ 2010-12-26 20:50:11


ความเห็นที่ 29 (1524049)

ผมรู้สึกว่าเรื่องราวของพระเจ้าตากสินมีผู้ตั้งใจจะปกปิดเเละบิดเบือนเพื่อลดกระเเสความไม่พอใจต่อราชวงศ์จักรี ที่ได้เคยปฏิบัติร้ายต่อตัวพระองค์ท่านเเละบรรดาเชื้อพระวงศ์ของท่านอย่างไร้ความปราณีมาเเต่เเรก เเละเนื่องจากความจริงในอดีตได้มีการตีแผ่มากขึ้นตามหลักฐานที่ได้ศึกษาค้นพบในหอจดหมายเหตุ ตลอดจนการบันทึกเรื่องราวต่างๆโดยชาวต่างชาติในสมัยนั้นได้ปรากฏหลักฐานไว้ซึ่งสามารถเชื่อถือได้ในเรื่องราว จึงได้มีผู้พยายามสร้างหลักฐานใหม่เเละเเต่งเรื่องราวเกี่ยวกับพระองค์ท่านใหม่ ที่สุดเเล้วเพื่อกลบเกลื่อนความมัวหมองของราชวงศ์จักรีที่ได้ปฏิบัติร้ายต่อพระองค์ท่าน ประชาชนคนไทยในสมัยก่อนต้องทนเรียนประวัติศาสตร์น้ำเน่าอย่างซ้ำซาก ทุกวันนี้ก็เช่นกันประชาชนต้องทนรับรู้ในเรื่องที่ไม่จริงมากมายก่ายกอง รู้สึกว่าเรื่องราวของพระเจ้าตากสินจะถูกรื้อฟื้นขึ้นมาจริงๆในภายหลังการเปลี่ยนเเปลงการปกครอง ๒๔๗๕ เเล้ว ก่อนหน้านั้นแทบจะไม่ปรากฏหลักฐานใดๆว่าได้ให้ความสำคัญกับพระองค์ท่าน จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมราชวงศ์จักรีมีอิทธิพลต่อหน้าประวัติศาสตร์อันเกี่ยวเนื่องกับพระเจ้าตากสินตั้งเเต่ต้นจนปัจจุบันนี้ ทั้งที่พระองค์เป็นผู้สร้างรากฐานให้มีแผ่นดินที่เรียกว่าสุวรรณภูมิได้อาศัย เราควรรำลึกถึงพระองค์ท่านครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนกรุงธนบุรี วันที่ตอบ 2010-12-26 23:12:55


ความเห็นที่ 30 (1524192)

จะเป็นอย่างไร ในอดีตมันไม่สำคัญแล้ว เพราะในปัจจุบัน มีมหาราชผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ที่ทำประโยชน์สุขแก่มหาชนชาวสยามอยู่  ส่วนเรื่องชิงราชสมบัติ หรือไม่ชิงเราไม่ทราบเพราะไม่มีใครเกิดทัน ไม่มีใครเห็นไม่มีใครรู้  ประวัติศาสตร์ที่เขียนเป็นตำรา  ก็อาจจะแต่งขึ้นมาก็ได้  และ อาจจะเกิดข้อผิดพลาด จากอดีต สุโขทัย  อยุธยา  ธนบุรี   รัตนโกสินทร์ ล้วนมีพระมหากษัตริย์ ที่ทรงพระปรีชาสามารถ และรักษาบ้านเมืองมาจนถึงปัจจุบัน  เราซึ่งเป็นคนไทยไม่ได้เกิดมาในยุคลำบาก  สร้างบ้านเมือง เราไม่ได้มีการสร้างบ้านเมือง  เราก็สามารถทำเพื่อบ้านเมืองได้เช่นกัน คือการไม่สร้างปัญหาให้บ้านเมือง ผลเสียแก่บ้านเมือง จงทำประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองเท่าที่เราทำได้  เลิกทะเลาะกัน  เพราะ ความคิดความเชื่อที่ไม่ตรงกัน เพราะมนุษเราถือมิจฉาทิษฐิ คิดว่าความคิดเราถูกเสมอ  ต้องการชนะ ต้องการเห็นว่าเราคิดถูก คนที่คิดครงข้ามก็ผิด เหมือนคนที่มองเงินเหรียญ 5 บาท ที่ตั้งไว้  คนบางคนจะมองเห็นรูปพระเจ้าอยู่หัว บางคนจะมองเห็นด้านวัดเบญจมบพิตร ถ้าถามว่าท่านมองเห็นอะไร ก็ทะเลาะกันตายเพราะความคิดไม่ตรงกัน แต่ลืมมองไปว่ามันเป็นเงินเหรียญ5 บาท ด้วยกันทัง้คู่ เราจึงต้องมองเห็นประโยชน์ร่วมกันทั้งคู่ สมัยก่อนนั้นผมไม่รู้ แต่ผมก็ยังจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ ชีวิตนี้ยอมพลีเพื่อจักรีบรมราชวงศ์   

    ข้าพเจ้าจะจงรักภักดีต่อชาติ  ศาสนา  พระมหากษัตริย์   และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์

ขอรองบาท   ราชวงศ์   พงศ์จักรี     ชั่วชีวี    สูญสิ้น   ดินกลบกาย 

ผู้แสดงความคิดเห็น นนทวัฒนา เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา (mhoephee-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-12-27 19:50:45


ความเห็นที่ 31 (1524458)

ความเห็นที่ 4 (1480845)
แจ้งลบความคิดเห็น

อ่านแล้วมั่วดี ไอเรื่องระลึกชาติได้เจ็ดชาติ 7 ชาติเนี่ย ผมเข้าไปเจอบางเว็บนะ น่าเชื่อกว่า เว็บนี้เขาเอาประวัติพระเจ้าตาก ที่บาทหลวงเข้ามาเผยแพร่ศาสตร์สนาคริสสมัยอยุธยามาเผยแพร่ในเว็บฯ อ่านแล้วน้ำตาไหลตลอดเลยครับ บาทหลวงบันทึกไว้ว่า ยุคพระเจ้าตากประเทศไทยใหญ่มาก เขาลงแผนที่โบราณให้ดูด้วยครับ มันไม่ใช่ประเทศครับ มันเป็นอาณาจักสยาม ครับ ยิ่งใหญ่มาก อ่านถึงตอนสุดท้าย ผมร้องจนตาบวมเลยครับ รุ่งขึ้นอีกวันหนึ่ง ผมว่าจะเข้าไปเซฟไว้ ปรากฏว่า เว็บหายไปแล้วเข้าไม่ได้ งง เลย ผมเล่ามากกว่านี้ไม่ได้ครับ เล่าแค่นี้ละกันนะครับ สมัยนั้นฝรั่ง (บาทหลวง) เขียนแผนที่สยามนะครับ เขาบันทึกตามที่เห็น ตามที่รู้ แล้วไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไร

ความโลภไม่ปรณีใคร ทำให้ตาบอด ไม่เห็นธรรม กรรมไดใครก่อวันหนึ่งจะต้องได้รับกรรม

คนดีๆ อยู่ไม่ได้ แม้ปัจจุบัน ปีใหม่นี้ ผมขอให้คนไทยรักกันมากๆ นะครับ ขอให้คนไทยทุกคน โชคดีตลอดปี 2553 นะครับ

ขอให้พระเจ้าตาก นายกฯปรีดี อาจารย์ป๋วย จงปกปักรักษาคนไทยที่รักความเป็นธรรม รักประชาธิปไตย ให้เจริญก้าวหน้า สุขภาพดี และปลอดภัย ตลอดไป

ผู้แสดงความคิดเห็น pote-fc วันที่ตอบ 2010-01-05 23:56:01

ความเห็นที่ 27 (1523985)
แจ้งลบความคิดเห็น

อดีตผ่านไป  ความจริงก็ไม่ทราบชัดจะใสใจทำไม

แม้จะเป็นจริง แล้วไง จะดีจะชั่วอยู่ที่คนๆนั้น

แม้แต่บรรพบุรุษของเราเองก็อาจไม่เป็นคนดีทุกคน

ก็เป็นเรื่องคนๆนั้น มันเกี่ยวกับคุณตรงใหน

อย่าเป็นคนพาล คนโง่

ผู้แสดงความคิดเห็น อย่าพาล วันที่ตอบ 2010-12-26 12:05:07

 

 

ความเห็นต่าง

ความเห็น 4 ชิงชังความโกหกหลอกลวง/ล่วงโลก จริงใจ ซื่อตรง ชอบความเป็นธรรม

ความเห็น 27 ไม่สนใจความดี ความชั่ว เอาประโยชน์อย่างเดียว เลยสอนผู้ไม่เห็นด้วยว่าเป็นคนพาล และคนโง่

ผู้แสดงความคิดเห็น ขาว/ดำ วันที่ตอบ 2010-12-29 11:28:44


ความเห็นที่ 32 (1524660)

 

เรื่องราวของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้มีผู้เขียนถึงเป็นจำนวนมากเเต่เขียนเสมือนหนึ่งคล้ายเป็นนิทานพื้นบ้านที่เล่าอ้างกันมา เเต่ในความเป็นจริงพระองค์มีตัวตนเเละเป็นผู้สร้างชาติสยามใหม่โดยสามารถรวบรวมเเผ่นดินสุวรรณภูมิได้ขนาดสองเท่ากว่าๆของขนาดปัจจุบันนี้เเละยังทำให้เกิดความมีปรึกแผ่นอย่างเป็นเอกภาพเหนือดินเเดนที่มีชนชาติต่างๆที่อาศัยอยู่ได้ ความเป็นพระมหากษัตริย์ของพระองค์เกิดจากพระปรีชาสามารถในการกอบกู้ ชาติภายหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สองเเละสร้างชาติสยามใหม่ได้อย่างเกรียงไกรที่สุด ตลอดจนสามารถดูเเลประชาราษฏร์ให้มีความสงบร่มเย็นได้ภายใต้กรุงธนบุรีเป็นราชธานี ทั้งนี้เป็นเพราะพระองค์มีคุณสมบัติของพระมหากษัตริย์ที่เป็นทั้งนักการทหาร นักการปกครองตลอดจนทำนุบำรุงในทุกๆด้านอย่างเเข็งขัน กล่าวได้ว่าเป็นพระมหากษัตริย์ชาตินักรบโดยเเท้จริง ดังนั้นประวัติศาสตร์ของพระองค์ท่านควรที่จะชัดเจนเเละมีความสำคัญมากที่สุด ไม่ใช่ปล่อยให้คนไร้การศึกษามาบอกว่าไม่สำคัญเเละเขียนกันไปมาตามใจชอบได้ง่ายๆ จึงน่าสงสัยว่าทุกวันนี้ยังมีขี้ข้าเเบบไทยๆอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง เมื่อใดจึงจะเจริญทัดเทียมนานาอารยะประเทศ เป็นกบในกะลาที่ถูกเศกเป่ากบาลอยู่ทุกวัน

ผู้แสดงความคิดเห็น ลุงบรรจง วันที่ตอบ 2010-12-30 21:15:19


ความเห็นที่ 33 (1524944)

ผมอยากแสดงความคิดเห็นที่ค่อนข้างเป็นจริง ที่อาจจะแตกต่างๆไปจากทุกท่านที่ลงในเวปบอร์ดนี้  เนื่องจากครอบครัวของผมมาจากนักต่อสู้กู้ชาติสมัยปลายกรุงศรีอยุธยา-กรุงธนบุรี และสืบเชื้อสายมาถึงปัจุบันประมาณ 6-7 ชั่วโคตร  และดีเอ็นเอจะออกมาในช่วงที่ 7   อยากจะบอกความจริงว่าก่อนที่จะเสียกรุง  ในกรุงฯพวกพระบรมสานุวงค์ ทุกพระองค์ได้เดินทางออกมาหมดแล้ว คงให้พระยาตากรักษาพระราชวังเท่านั้น อยุธยาที่เสียหายอย่างหนักส่วนหนึ่งคนอยุธยาเป็นผู้เผา พม่าเผาเพียงบางส่วน ส่วนใหญ่เผาเพื่อลอกทองคำ  ใครอยากทราบลายละเอียดคอยอ่านหนังสือที่ผมกำลังเรียบเรียงและจะพิมพ์จำหน่ายในเร็วนี้

สำหรับประวัติของพระยาตากโดยย่อก่อนที่จะทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่มีดินแดนปรากฎจริงตามแผนที่ประวัติศาสตร์และเราต้องเสียดินแดนตั้งแต่รัชกาลที่ 1-9  จนเหลือดินแดนให้เราไปเที่ยวกันตราบเท่าทุกวันนี้

เดิมพระองค์เป็นพระราชโอรสองค์หนึ่งของพระเจ้าอยู้หัวบรมโกษฐ์ พระมารดาของพระองค์เป็นราชธิดาของพระเจ้าหยงเจินฮ่องเต้ แห่งราชวงค์ชิง ในช่วงกอบกู้เอกราชพระองค์ได้รับการช่วยเหลือพระเจ้าเฉียนหลงฮ่องเต้เป็นอย่างมาก แต่หลังจากสิ้นสุดยุคของพระองค์  ทรงสิ้นพระชนต์ในลักษณะสมเพศที่วัดราชบัญลังก์ ราชบัลลังก์   อำเภอแกลง      จังหวัดระยอง     พระชนต์มายุ72-73 ปี อยากเชิญชวนท่านผู้อ่านไปชมโบถน์วิหารที่พระองค์ทรงประทับและพระราชบับลังก์จำลองมาจากของจริง รับรองว่าท่านต้องทึ่ง  ในอดีตแทบจะเป็นวัดร้าง ปัจจุบันมีผู้ไปเที่ยวแวะชมมากมาย   ท่านจะเชื่อหรือไม่แล้วแต่พืจารณา

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.สุนทร สุทธิธาทิพย์ (thaithurakit-at-hotmail-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2011-01-03 11:59:11


ความเห็นที่ 34 (1526765)

 รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่เห็นคนไทยเป็นคนใฝ่หาความรู้ และระรึกถึงบรรพบุรุพผู้ที่เสียสละ หลั่งเลือดเนื้อเพื่อรักษาแผ่นดินเพื่อลูกหลานชาวไทยจนถึงทุกวันนี้ ควรแลกเปลี่ยนความรู้ให้พอควรอย่าเกินขอบเขตของการแลกเปลี่ยนความคิด...

ผู้แสดงความคิดเห็น บรรพบุรุพคงอยากเห็นคนไทยรักกันดังเดิม วันที่ตอบ 2011-01-12 20:45:33


ความเห็นที่ 35 (1526979)

อ่านเเล้วทำให้เข้าใจได้ว่าคนเขียนตั้งใจเขียนหลอกล่อให้คนอ่านเชื่อโดยมีหน้าม้าออกมาขานรับลูก มันเป็นการเขียนที่มักง่ายเเละจงใจเป็นไปตามมาตราฐานการศึกษาของคนไทยที่อ่านน้อย รู้น้อย งมงาย ชอบสร้างเรื่องเเต่ไม่กล้าเผชิญความจริง ว่าไปเเล้วอาจเป็นความพยายามอย่างมากของกลุ่มคณะบุคคลที่ต้องการจะสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้มีความเป็นชาติไทยนิยมให้ได้ ในขณะเดียวกันก็จะพยายามกลบเกลื่อนประวัติศาสตร์ที่เลวชั่วเเละต่ำทรามให้ดูดีขึ้น อุปโหลก เรื่องราวใหม่ให้มีที่มาที่ไปอย่างสมจริงสมจังน่าเชื่อถือ เพราะคนไทยเราอ่อนประวัติศาสตร์เเละภาษาต่างประเทศมาก จึงมีความรู้ค่อนข้างน้อยถูกหลอกได้โดยง่าย กอรปกับการถูกครอบงำจากผู้มีอำนาจทุกระดับชั้นที่ชี้นำอยู่ตลอดเวลาให้รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อยู่ร่ำไป คนไทยจึงเป็นทาสทางสติปัญญาเเละอยู่ใต้อาณัติของชนชั้นปกครองโดยไม่รู้ตัว เป็นกลยุทธการปกครองรูปแบบหนึ่งที่จะสังเกตุเห็นได้ง่ายทั้งบทความหน้าเว็ป สารคดีทางทีวี รายการทางวิทยุสื่อสิ่งพิมพ์ ป้ายภาพโฆษณา พูดเป็นภาษาการตลาดเรียกว่า"การโหมกระหน่ำเพื่อการรับรู้"ล้วนเเล้วเเต่เป็นการสร้างกระเเสเพื่อให้เกิดการยอมรับ ซึ่งคงต้องใช้งบประมาณอย่างมหาศาล เเละเมื่อพิจารณาให้ดีจะเห็นว่าแทบจะไม่มีที่ใหนในโลกได้เคยทำประชาสัมพันธ์มากมายเท่าประเทศไทยเล็กๆเเห่งนี้ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะกำลังตกต่ำลงเป็นไปตามกระเเสโลกาภิวัฒน์ที่ต่างก็มุ่งหน้าสู่ระบอบ "ประชาธิปไตย"อย่างเต็มตัวทั้งนี้เพื่ออนาคตของทุกคนในวันข้างหน้านั่นเอง   

ผู้แสดงความคิดเห็น ประดิษฐ์ ปีสี่@ รัฐศาสตร์ uk วันที่ตอบ 2011-01-13 22:48:08


ความเห็นที่ 36 (1529185)

ราเชื่อกษัตริย์ไทยทุกพระองค์ทรงรักชาติบ้านเมืองทั้งนั้น เราก็เทิิดทูลทุกพระองค์ ถึง คหที่ 35 เราทำงานทุกวันนี้เราเสียภาษีเพื่อพัฒนาประเทศชาติ การที่ประชาชนชาวไทย พร้อมใจกันไม่ว่าภาครัฐหรือเอกชน เค้าจัดพีธีต่างๆเพื่อเฉลิม นี่แค่ส่วนหนึ่งที่ทรงถวายให้พระองค์เท่านั้น ถ้าเทียบกับพระองค์ทำให้ปวงชนชาวไทยเทียบไม่กันไม่ได้เลย เรามีอยู่มีกินมีแผ่นดินให้เหยียบทุกวันนี้ ไม่ใช้เพราะกษัตริย์และบรรพบุรุษเราหรอกหรือที่เอาเลือดเอาเนื้อเข้าแลกมา

ผู้แสดงความคิดเห็น คนไทยหัวใจเดียวกัน วันที่ตอบ 2011-01-27 07:01:13


ความเห็นที่ 37 (1531968)

เห็นด้วยกับ คห.35 เป็นอย่างยิ่ง

สำหรับ คห. 36. นะครับ ผมว่าเราทุกคนมีความคิดเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะผู้ที่บอกคนอื่นว่าตัวเองมีการศึกษาน่าจะคิดเองได้นะครับว่าเราควรจะรักใคร เทิดทูลใคร ไม่ต้องมีใครมาคอยบังคับโดยทางตรงหรือทางอ้อม ว่าคุณจะต้องรักพ่อ รักแม่ของคุณนะ โถเรื่องแค่นี้ต้องให้บอกกัน ถ้าเขาไม่รักก็แสดงว่าเขารู้สินะว่าคุณเป็นยังไง  ยุคนี้สมัยนี้มันยุคไหนแล้วครับ ยังหลับหูหลับตาคิดเหมือนเมื่อ 20-50 ปีที่แล้วไม่ได้หรอกนะครับ ทุกวันนี้โลกมันไปถึงไหนแล้ว

การโหมกระหน่ำโฆษณาตัวเองเพื่อให้ผู้คนไม่ลืมตัวเองเป็นอะไรที่ผมว่ามันไม่เวิร์คหรอกนะครับ ในโลกนี้ไม่มีใครเก่งทุกด้านหรอกครับผมจะบอกให้ นักประดิษฐ์เอกของโลก นักดนตรีเอกของโลก นักวิจัยเอกของโลก และนักอะไรต่อมิอะไรของโลก ฯลฯ ใครที่คิดว่ารู้ว่าในโลกนี้มีคนเก่งทุกด้านกรุณาบอกผม ให้ผมได้รับรู้เป็นบุญด้วยนะครับ

ตลอด 24 ชม.ของรายการทีวีบ้านเราทั้ง 6 ช่อง มีการโฆษณาให้ประชาชนรัก...เทิดทูล...ตลอด จะโฆษณาทำไมไม่ทราบ เอางบประมาณมาจากไหนมาทำ ทีสอนลูกล่ะให้พอเพียง แต่ตัวเองล่ะรวยเอารวยเอา ไม่รู้นะครับ คห.36. ช่วยไปหาคำตอบให้หน่อยว่าทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ไทยมีทรัพย์สินมากที่สุดในโลกหรือไม่ ใครแย้งผมก็หาข้อมูลตอบผมด้วยนะครับ ถ้าไม่มีข้อมูลไม่ต้องโพสด่าคนอื่นนะครับ ใครที่โพสด่าคนอื่นมันแสดงถึงตัวตนของตนเองนะครับ ว่าสูงต่ำอยู่ทำตัว ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ สุดท้ายไม่รู้คำทำนายนี้เป็นจริงหรือไม่นะครับ เอามาให้อ่าน

ปริศนาพยากรณ์ " ถิ่นกาขาว "

๑.      มหากาฬ

๒.      พาลยักษ์

๓.      รักมิตร

๔.      สนิทธรรม

๕.      จำแขนขาด

๖.      ราษฎร์โจร (ราชโจร)

๗.      ชนร้องทุกข์

๘.      ยุคทมิฬ

๙.      ถิ่นกาขาว

๑.      มหากาฬ ในสมัยรัชกาลที่ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ทรงปราบดาภิเษก คือปราบกบฏที่ก่อความเดือดร้อนให้บ้านเมือง และสำเร็จโทษสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี พระเจ้าตากสินมหาราช ที่ทรงถูกพวกกบฏจับกุมคุมขังและยึดอำนาจ ฐานวิกลจริต (กล่าวหาว่าเป็นบ้าเสียสติ)ด้วยการนำไปประหารชีวิตด้วยท่อนจันทน์ และตั้งตนเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ในการนี้ทำให้ผู้ที่จงรักภักดีต่อพระเจ้าตาก และผู้ที่ไม่เห็นด้วย รวมไปถึงผู้ที่เสียผลประโยชน์ เกิดแข็งข้อ ไม่ยอมสวามิภักดิ์แต่โดยดี ไม่ยอมรับว่างั้นเถอะ จึงได้มีพระบรมราชโองการปราบพวกไม่เห็นด้วย หรือพวกกบฏต่อแผ่นดินใหม่ให้ราบคาบ มีการสังหารล้างโคตรกันทีเดียว ถึง ๘๒ ครัวเรือน มีการประกาศใช้กฎปราบกบฏ กฎมณเทียรบาล และกฎอัยการศึก ชนิดตาต่อตา ฟันต่อฟัน ซึ่งเป็นเรื่องหวาดเสียว น่ากลัวมาก เพราะบ้านเมืองที่ก่อตั้งขึ้นมาใหม่ (คือสร้างกรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงใหม่) ยังระส่ำระสาย หาความเป็นปึกแผ่นมั่นคงไม่ได้ จึงต้องทำทุกอย่างด้วยความเฉียบขาด จึงเรียกยุคนี้ว่า "ยุคมหากาฬ" หรือ"ยุคดำมืด" เนื่องจากยังไม่แน่ใจว่า "บ้านเมืองใหม่จะอยู่หรือจะไป" ยิ่งมีสงคราม ๙ ทัพ จากพวกคุณหม่องมาสั่นประสาทชาวบ้านด้วยแล้ว ใครเกิดยุคนี้ล่ะก็ ร้องได้คำเดียวว่า "กลัวแล้วจ้า" (เพราะคนไทยยังไม่หายเข็ดกลัวพม่ายังไม่เชื่อมั่นในตัวผู้นำและขุนนาง เพราะสร้างความเหลวแหลกไว้เยอะในตอนก่อนเสียกรุงศรีอยุธยา)

๒.      พาลยักษ์ ในสมัยรัชกาลที่ ๒ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เป็นยุคแห่งความวิบัติเคราะห์ร้าย ของผู้คนในแผ่นดิน เนื่องจากเกิดอหิวาตโรค (โรคห่า โรคท้องร่วง) ในปี พ.ศ. ๒๓๖๓ โรค ได้ระบาดไปทั่วเมือง มีผู้คนล้มตายลงวันละมากๆ เพราะการแพทย์ในสมัยนั้นยังไม่เจริญ ตามสุสานวัดสำคัญต่าง ๆ เช่น วัดสระเกศ , วัดบพิตรพิมุข เต็มไปด้วยซากศพผู้เสียชีวิต ในแม่น้ำลำคลองก็ยังมีซากศพลอยขึ้นอืดกันให้เกลื่อน เป็นที่อุจาดตาส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้ง น่าสะอิดสะเอียนเป็นยิ่งนัก ถนนหนทางมีแต่ความเงียบสงัดวังเวง ผู้คนต่างหลบซ่อนอยู่ภายในบ้าน บางครอบครัวก็อพยพหลบหนีโรคร้ายไปอยู่เสียหัวเมือง ในการนี้ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๒ ถึงกับรับสั่งให้ทำพระราชพิธียิงปืนใหญ่รอบกำแพง พระบรมมหาราชวัง ๑ คืน (เป็นความเชื่อที่ว่า โรคห่า เกิดจากการกระทำของยักษ์มาร ภูตผีปีศาจ จึงต้องมีพิธีการสวดมนต์ ปัดรังควาน ยิงปืนใหญ่ขับไล่ ให้มันตกใจกลัวจะได้หนีไป ทำคล้ายกับพิธีสวดภาณยักษ์ หรือสวดอาฎานาฎิยปริตร นั่นแหละครับ) ทรงให้อัญเชิญพระแก้วมรกตอันศักดิ์สิทธิ์ และพระบรมธาตุออกแห่แหน เป็นการขับไล่และปลอบขวัญพลเมือง ในที่สุดโรคร้ายก็สงบ แต่กว่าจะสงบราบคาบประมาณกันว่ามีผู้เสียชีวิตถึงสามหมื่นคนทีเดียว นับว่าไม่น้อยเลยครับในสมัยนั้น

๓.      รักมิตร หรือ รักบัณฑิต ในสมัยรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถมากในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการปกครอง การค้าขายกับต่างประเทศ (รัชกาลที่ ๒ ทรงสัพยอกท่านว่า"เจ้าสัว") ได้มีการเริ่มต้นเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศอันได้แก่ อังกฤษ, อเมริกา ฯลฯ โดยเริ่มต้นจากการค้านั่นเอง ดังนั้นจึงเป็นยุคที่ทรงโปรดปรานชุบเลี้ยงคนที่ตั้งใจทำราชการอย่างจริงจัง มากกว่าพวกประจบสอพลอ

๔.      สนิทธรรม ในสมัยรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า พระองค์ท่านทรงออกผนวชนานถึง ๒๗ พรรษา ตลอดรัชกาลที่ ๓ เลยก็ว่าได้ จะเรียกว่าบวชลี้ภัยการเมืองก็ได้ เพราะขนาดออกบวชแล้ว ยังไม่วายูกใส่ร้ายป้ายสี ว่าจะก่อการกบฏเลยครับ(ดีนะครับที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๓ ท่านทรงมีน้ำพระทัยหนักแน่น เยือกเย็น ไม่หูเบา) ดังนั้นเมื่อพระองค์ท่านลาสิกขาขึ้นครองราชย์ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของข้าราชบริพารจึงทรงฝักใฝ่ในธรรม สนับสนุนการเผยแพร่จริยธรรม ตลอดจนการพระศาสนาต่างๆ พระองค์เองก็ทรงชุดขาวถือศีล ๘ อย่างเคร่งครัด ฟังธรรมทุกวันธรรมสวณะจึงเรียกยุคนี้ว่า"ยุคสนิทธรรม

๕.      จำแขนขาด ในสมัยรัชกาลที่ ๕ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดเป็นยุคที่น่าเศร้าใจอีกยุคสมัยหนึ่ง เพราะเป็นสมัยที่พวกตะวันตก โดยเฉพาะอังกฤษ และฝรั่งเศส กำลังแข่งขันกรีฑาทัพเข้ายึดประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเซีย เป็นเมืองขึ้น หรือที่เรียกกันว่า "ยุคล่าอาณานิคม" เมืองสยามของไทยเรานั้น เป็นเมืองรักสงบ เปรียบเสมือนลูกแกะ ไม่มีเขี้ยวเล็บอะไรที่จะไปต่อกรกับชาติมหาอำนาจอย่างกับอังกฤษและฝรั่งเศส ประเทศเพื่อนบ้านรอบ ๆ ไทยเรา ก็โดนเขากวาดเรียบไปหมดแล้ว เหลือพี่ไทยอยู่เจ้าเดียวเท่านั้น ดังนั้นในสมัยนี้ ทั้งอังกฤษและฝรั่งเศส จึงบีบไทยทุกด้าน หาเรื่องทุกอย่าง ที่จะเป็นเหตุยกทัพบุกยึดประเทศให้ได้ แต่ด้วยพระปรีชาญาณแห่งองค์สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง พระองค์ได้ดำเนินวิเทศโยบายอย่างรัดกุม ทรงเสด็จประพาสยุโรป ถึง ๒ หน รวมไปถึงรัสเซียมหามิตรของไทยในสมัยนั้นด้วย นับว่าเป็นผลสำเร็จอย่างดีเยี่ยมเพราะไทยเราได้เพื่อนเอาไว้เป็นไม้กันหมา ถึงกระนั้นก็เถอะ ไทยเรายังต้องยอมเสียดินแดนส่วนน้อยเพื่อรักษาส่วนใหญ่เอาไว้ คือไม่ให้เกิดสงครามจนเราแพ้ต้องเสียเอกราช คือเสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง (ร.ศ ๑๑๒ หรือ พ.ศ. ๒๔๓๖) แก่ฝรั่งเศส หลังจากที่ในปี พ.ศ๒๔๓๑ ได้เสียแคว้นสิบสองจุไทย ให้มันไปแล้ว (ขออนุญาตใช้คำว่ามัน เพราะพฤติกรรมเยี่ยงอันธพาล)

 

ต่อมามันก็หาเรื่องอีก ได้ถอนทัพเรือไปยึดจันทบุรีเอาไว้ ไทยต้องยอมมันอีก โดยยกดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขง และเมืองหลวงพระบาง ให้เจ้าเศษฝรั่งไปครอบครอง ให้ไปร้องไห้ไปล่ะครับ ให้จนกว่ามันจะพอใจหรือไม่สามารถหาเรื่องเราได้อีกแล้ว ต้องจำแขนขาดเพื่อรักษาชีวิต หรือผืนดินแผ่นใหญ่เอาไว้ให้ลูกหลานจนทุกวันนี้ (เรื่องของไอ้เศษฝรั่งนี่มันยังทำแสบ โดยวางแผนปลงพระชนม์รัชกาลที่ ๕ เมื่อคราวเสด็จประพาสบ้านเมืองของมันอย่างแยบยล เรื่องราวจะเป็นอย่างไร โปรดติดตามอ่านในตอน "คำพยากรณ์หลวงปู่เอี่ยม กับ ร.๕"

 

ส่วนอังกฤษนั้น ค่อยยังชั่วน้อยหน่อย ไม่ถึงกับพาลหาเรื่องนัก โดยในปี พ.ศ. ๒๔๕๒ ไทยเรายอมทำสัญญา ยกดินแดนหัวเมืองทางมาลายู คือ ไทรบุรี กลันตัน ตรังกานู และปะลิส ให้อังกฤษ เพื่อแลกกับสิทธิสภาพนอกอาณาเขต หรือ อำนาจศาลกงสุล

 

๖.      ราษฎร์โจร (ราชโจร) ในสมัยรัชกาลที่ ๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นยุคที่ไทยเรามีการนิยมของนอก มีการฟุ้งเฟ้อ เอาอย่าง เลียนแบบ วัฒนธรรมตะวันตก โดยเฉพาะในหมู่ข้าราชบริพาร ขุนน้ำขุนนางในราชสำนัก มีการแต่งตั้งยศถาบรรดาศักดิ์กันมากเกินไป จนแทบจะไม่มีความหมาย เป็นยุคเริ่มต้นแห่งภัยพิบัติในด้านเศรษฐกิจที่จะตามมาในยุคต่อไป การกระทำเช่นนี้ถือว่าเป็นการปล้นชาติ ปล้นแผ่นดิน ทำลายแผ่นดินทางอ้อม ในสมัยนี้มีผู้คิดปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองเหมือนกัน แต่ทำไม่สำเร็จกลายเป็นกบฏไป (กบฏ รศ.๑๓๐)

๗.      ชนร้องทุกข์ ในสมัยรัชกาลที่ ๗ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดเป็นยุคที่ผู้คนพลเมืองต้องประสบกับภาวะ "ข้าวยากหมากแพง" ผู้คนอดอยาก แร้นแค้นด้วยสภาวะเศรษฐกิจหลังสงครามโลกครั้งที่ ๑ และผลสืบเนื่องมาจากการฟุ้งเฟ้อในรัชกาลก่อน มีการปลดข้าราชการออกเพราะไม่มีเงินเบี้ยหวัด เงินปีให้ เป็นสมัยที่เริ่มให้ประชาชนมีสิทธิ์มีเสียงร้องทุกข์ แสดงความคิดเห็นจนกระทั่งมีการกระทำที่รุนแรงถึงขั้นปฏิวัติยึดอำนาจ ให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบกษัตริย์ มาเป็นประชาธิปไตย จนในที่สุดพระองค์ต้องทรงสละราชสมบัติ และเสด็จไปสวรรคต ณ ต่างประเทศ

๘.      ยุคทมิฬ ในสมัยรัชกาลที่ ๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล จัดเป็นอีกยุคหนึ่งที่ประวัติศาสตร์ชาติไทยต้องจารึกไว้ไม่มีวันลืม เพราะองค์ในหลวงอันเป็นที่รักยิ่งของเรา ทรงถูกลอบปลงพระชนม์ ถึงแก่สวรรคต แม้จนกระทั่งปัจจุบันนี้ คดีก็ยังคลุมเครือ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ เป็นที่กินแหนงแคลงใจของคนทั่วไปถึงสาเหตุแห่งการลอบปลงพระชนม์ และผู้บงการ บ้านเมืองในยุคที่เริ่มเปลี่ยนแปลงการปกครองนี้ จัดเป็นยุคที่มีการแย่งชิงอำนาจ มีการปฏิวัติ รัฐประหาร เข่นฆ่าคนไทยด้วยกันเองจัดได้ว่าเป็น "ยุคทมิฬ" ยุคแห่งความเหี้ยมโหด ไร้ความปราณีและศีลธรรมอย่างแท้จริง

รัชกาล ที่ ๙ ถิ่นกาขาว กาส่วนใหญ่ มันต้องดำ (กาขาวก็มีนะครับกาเผือก) แต่เป็นการอุปมา อุปมัย ( ตอนนี้คุณ ก็เห็นแล้ว กาขาว คือใคร พูดแต่ว่าตัวเองเป็นคนดี เป็นคนมีจริยธรรมสูง แต่ไม่ยอมให้ใครพูดว่าตัวเองดำ... กาขาวจริง... 5555 )  "ถิ่นกาขาว" ซึ่งปรกติ กามันต้องสีดำ กาเป็นเครื่องหมายของความชั่วร้าย แต่กาที่ผิดธรรมชาติคือเป็นสีขาวเหมือนสีของขนหงส์ ย่อมไม่มีในโลก หงส์เป็นเครื่องแทนความดีงาม กาแทนความชั่วร้าย คำทำนายบ่งบอกว่า ยุคนี้คือยุคที่ความชั่วร้ายเลวทรามถูกน้อมนำให้เชื่อว่าเป็นความดี คนชั่วมาในคราบของคนดี มีอำนาจวาสนา ไม่ใช่แค่คนสองคน เพราะเขาใช้คำว่า "ถิ่น" เหมือนนกอพยพย้ายถิ่น คือมีจำนวนมากมาย มองไปที่ใดก็จะเห็นแต่คนชั่วที่ดูเหมือนเป็นคนดี ซาตานในคราบนักบุญ มารศาสนาในคราบพระภิกษุสมณะ เข้ากับคำที่ว่า ผู้ดีเดินตรอก ขี้ครอกเดินถนน กระเบื้องลอย น้ำเต้าจมอะไรนั่นแหละ

ผู้แสดงความคิดเห็น aey วันที่ตอบ 2011-02-14 22:26:10


ความเห็นที่ 38 (1532092)

อ่านแล้วซึ้งคาบซึ้งมากๆๆคาบบบบบ

ผู้แสดงความคิดเห็น Pooh วันที่ตอบ 2011-02-15 19:22:21


ความเห็นที่ 39 (1532093)

ผมอ่านแล้วให้ความรู้ดีคับชอบประทับใจคาบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Pooh วันที่ตอบ 2011-02-15 19:24:53


ความเห็นที่ 40 (1532096)

หนังสือที่ผมเรียนมัวได้โล่เลยงะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Pooh วันที่ตอบ 2011-02-15 19:38:08


ความเห็นที่ 41 (1532389)

ดีมาเลยค่ะ

หนูชอบความเป็นเอกลักของไทย

หนูรักเมืองไทย

ไม่อยากให้มาทะเลาะกันเหมือน    ................................           คงรู้นะค่ะ

หนูอ่านแล้วดีมากๆๆเลยค่ะ

สนุกดีค่ะๆๆๆๆๆๆๆๆ   ได้ความรู้อกด้วยค่ะ  ........ ___ ^^___

ผู้แสดงความคิดเห็น นู๋บิวค๊ วันที่ตอบ 2011-02-17 19:02:59


ความเห็นที่ 42 (1533656)

ใช้เลย!!    วันนี้ตาสว่างแล้ว หลงงมงายเสียนาน

รู้แล้วว่าทำไมต้องปกปิด และปิดเบือนความจริง

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ไม่ชอบกาขาว วันที่ตอบ 2011-02-28 00:15:55


ความเห็นที่ 43 (1534149)

ชาวสยามได้กลายเป็นผู้พลัดถิ่นจำนวนมหาศาลโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว เเละต้องจำนนต่อชะตากรรมอย่างขมขื่นที่สุดเนื่องจากต้องถูกปฏิบัติเยี่องชนกลุ่มน้อยภายใต้อาณัติของชนชาติอื่นๆ เมื่อคราวที่สยามประเทศต้องสูญเสียดินเเดนหลายครั้ง นับรวมเเล้วมากกว่าเท่าหนึ่งของขนาดปัจจุบันนี้ให้เเก่เจ้าอาณานิคมฝรั่งเศษเเละอังกฤษ ทั้งนี้เพื่อรักษาอธิปไตยเหนือดินเเดนที่เหลือเเละความอยู่รอดของราชวงศ์จักรี ในเเง่หนึ่งอาจมองได้ว่าสถาบันพระมหากษัตริย์สามารถรักษาไว้ได้เเละในอีกเเง่หนึ่งก็อาจมองได้ว่าเสียหายยับเยิน ล้มเหลวไร้ขีดความสามารถในการปกป้องประเทศ ความเป็นสถาบันพระมหากษัตริย์ในรัชการที่๔เเละ๕จึงเริ่มเสื่อมถอยลงเป็นลำดับนับเเต่นั้นมา...เมื่อเร็วๆนี้ได้ชมข่าวชาวสยามพลัดถิ่นจำนวนมากได้เดินเท้ามาที่รัฐสภาเพื่อทวงสิทธิ์ในสัญชาติ เเละได้เเวะสักการะพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่วงเวียนใหญ่ธนบุรี เพื่อจะรำลึกถึงพระองค์ท่านที่ได้ทรงขยายราชอาณาจักร์กว้างใหญ่ไพศาล จนทำให้ครั้งหนึ่งชาวสยามพลัดถิ่นมากมายตามบริเวณหัวเมืองชายเเดนประเทศได้เคยเป็นชาวสยามภายใต้ราชอาณาจักร์กรุงธนบุรีของพระองค์ท่าน เเละคงรอโอกาสที่จะได้กลับสู่อ้อมกอดของสยามประเทศอีกครั้งเป็นเเน่เเท้ ขอเป็นกำลังใจชาวสยามพลัดถิ่นทุกชาติพันธ์เเละภาษาจงประสบความสำเร็จสมหวังด้วยประการทั้งปวง

ผู้แสดงความคิดเห็น นักศึกษาปีหนึ่ง มข วันที่ตอบ 2011-03-02 22:35:29


ความเห็นที่ 44 (1534703)

พระราชประวัติของพระเจ้าตากสินนั้น มีความหลากหลายและยังไม่กระจ่างอยู่หลายช่วง ผมขอตั้งคำถามและเชิญผู้รู้ตอบด้วยนะครับเช่น

- ประวัติพระราชสมภพ ตามพงศาวดารนั้น พระองค์ฯเป็นลูกจีน (ลูกครึ่ง) ซึ่งน่าจะเป็นพลเมืองชั้นสอง (แม้กระทั่งเมื่อผมยังเด็กสมัยนั้นเพื่อนใช้แซ่ แทนนามสกุลยังถูกล้อเลียน และลูกจีนยังไม่สามารถรับราชการทหารได้เลย เหตุการณ์เมื่อประมาณปี ๒๕๑๕)

     แต่ ๑. ทำไมพระเจ้าตาก กลับ ได้รับการยกย่องให้เป็นบุตรบุญธรรมของ พระยาจักรี ซึ่งเป็นขุนนางในระด้บสูง

          ๒. ทำไมเมื่อเข้ารับราชการถึงได้เป็นมหาดเล็ก (ตำแหน่งรับใช้พระมหากษัตริย์)

          ๓. ทำไมชีวิตการรับราชการจึงก้าวหน้าอย่างรวดเร็วมาก

- ประวัติการสวรรคตนั้น "ว่าถูกประหาร"

   แต่ ๑.ทำไมชาวนครศรีธรรมราช (เขาขุนพนม)มีหลักฐานมากมาย มาจากไหนกันนะ

         ๒. ทำไมเจ้าพระยานครศรีธรรมราชที่ชื่อหนู (หลักฐานว่าเป็นลูก พระเจ้าตาก) ถึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองใหญ่ระดับนครศรีธรรมราช ในช่วงเดียวกับการเปลี่ยนราชวงศ์นะ

กรุณาตอบทางเมล์ก็ได้นะครับ เพราะอยากทราบจริง ๆ ไม่ได้สร้างกระแส แต่รัก พระวีรกรรมของพระเจ้าตากมากจึงต้องการทราบเพื่อศึกษาต่อยอด คำถามของผมถ้าผิดพลากก็ขออภัยนะครับ (อยากให้ติดต่อกันอย่างปัญญาชน)

                                                                                                         ขอบคุณครับ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น นัฐ (smart-dot-toner-at-yahoo-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2011-03-06 18:03:25


ความเห็นที่ 45 (1534880)

ในสมัยก่อนกรุงศรีอยุธยามีลักษณะเป็นราชอาณาจักร์เป็นศูนย์กลางของเหล่าหัวเมืองทั้งหลายที่ยอมรับในเขตอำนาจการปกครอง เป็นราชอาณาจักร์ใหญ่ท่ามกลางอีกหลายราชอาณาจักร์ซึ่งไม่มีเขตแดนที่ชัดเจนเเละยังไม่มีรูปแบบเป็นประเทศเช่นในปัจจุบันนี้ นอกจากนี้ยังเป็นดินเเดนที่มีหลายชนชาติพันธ์ได้พากันอพยพเข้ามาพักอาศัย บ้างก็เข้ามาค้าขาย บ้างก็เข้ามารับราชการ ตลอดจนการเผยแพร่ศาสนา ซึ่งมีทั้งชาว จีน ญี่ปุ่น อินเดีย มาลายู โปรตุเกส ดัทช์ ฝรั่งเศษ เปอร์เซีย อังกฤษ โดยได้นำเทคโนโลยีต่างๆเเละอาวุธเข้ามาพร้อมด้วยวัฒนธรรมเเละภาษาของตน ดังนั้นผู้ที่จะได้รับราชการแผ่นดินต้องเป็นบุคคลที่มีความสามารถสูงส่งเเละเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย พระยาจักรีเป็นตำแหน่งสมุหกลาโหมต้องดูเเลด้านความปลอดภัยเเละการทหาร ย่อมต้องเสาะหาคนดีเเละเก่งเข้ามาใช้สอยงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องสามารถสนองรับสั่งเจ้าเหนือหัวได้ทันท่วงทีทั้งในยามสงบเเละภาวะสงคราม ดังนั้นถ้าประวัติศาสตร์อันเกี่ยวเนื่องกับพระเจ้าตากสินหากเป็นความจริงตามที่ได้เรียนกันมาก็ไม่น่าแปลกใจ เชื่อกันว่าพระองค์ท่านได้ฉายเเววที่เฉลียวฉลาดมาก มีความซื่อสัตย์ จงรักภักดี จึงได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กรับใช้ในวังหลวง เมื่อเติบใหญ่ก็เเสดงความสามารถทางด้านไหวพริบ ความกล้าหาญ การใช้อาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อการรบทัพจับศึก เเละต่อมาได้รับมอบหมายให้ขึ้นภาคเหนือไปดูเเลการชำระความต่างๆ เนื่องจากมีความคุ้นเคยในพื้นที่(เส้นทางค้าขายในแถบภาคเหนือ) ตลอดจนหัวเมืองทางเหนือล้วนเป็นเมืองหน้าด่านที่ชนกับเขตอิทธิพลของพม่า ภายหลังพระองค์ก็ได้ครองเมืองตากอันเป็นปราการด่านเเรกที่ต้องชนกับพม่าของอาณาจักร์กรุงอยุธยา จะเห็นว่าเส้นทางของพระองค์ในการรับราชการทหารก็เเสนจะธรรมดาเเต่แฝงไว้ด้วยความสามารถ เพราะเมืองตากเป็นเมืองชั้นตรีอยู่ชายเเดนห่างไกลความเจริญเเต่สำคัญทางยุทธศาสตร์เป็นเส้นทางเดินทัพผ่านของพม่าเเต่โบราณ เเละที่นั่นเป็นจุดเริ่มต้นในความเป็นตัวตนของพระยาตากที่ได้รับราชการทหารสนองพระเดชพระคุณต่อพระมหากษัตริย์ในราชอาณาจักร์กรุงศรีอยุธยาที่ต้องดูเเลชายเเดนอยู่นาน จนภายหลังถึงได้ไต่เต้าเป็นพระยาวชิรปราการไปครองเมืองกำเเพงเพชร เเต่ยังไม่ทันได้ไปครอง ก็ถูกคำสั่งให้ลงมารักษากรุงศรีอยุทธยาโดยมีทหารติดตามมาไม่กี่ร้อยนาย ด้วยความเป็นพระยาหัวเมืองเล็ก อำนาจสั่งการโดยตรงไม่มีต้องรอความเห็นชอบจากในวังหลวงเท่านั้น ความล่าช้าเเละความขี้ขลาดของบรรดาเจ้าเหนือหัวได้นำไปสู่กรุงศรีอยุทธยาเเตกสลายในที่สุด พระยาตากต้องนำกำลังตีฝ่าวงล้อมเเละรวบรวมกำลังรบคนจีนเเละคนไทยแถบชายทะเลเพื่อขับไล่พม่าต่อไปจนประสบความสำเร็จ เมื่อตั้งกรุงธนบุรีเป็นราชธานี พระเจ้าตากสินก็ทรงทำสงครามเกือบจะตลอดรัชสมัยของพระองค์ ๑๕ ปีเศษทรงขยายราชอาณาจักร์กว้างใหญ่ไพศาลเหนือดินเเดนสุวรรณภูมิมีขนาดประมาณสองเท่าเศษของขนาดปัจจุบันนี้ บั้นปลายพระองค์ถูกกบถเเละคุมตัวไปประหารชีวิตตัดศรีษะ เหล่าทหารเอกก็ยอมตายตามเพราะยึดมั่นในพระองค์ เชื้อพระวงศ์ของพระองค์ก็ถูกกำจัดจนหมดสิ้น ที่นครศรีธรรมราชพระองค์ท่านมีสายพระโลหิตสืบครองเมือง เเละคงจะสร้างเป็นอนุสรณ์สถานไว้สักการะบูชาพระองค์ท่านต่อๆกันมาโดยปกปิดเป็นความลับในระยะเเรก ความจริงเรื่องราวของพระเจ้าตากสินนั้นยังถูกปิดบังอีกมาก ตลอดจนความพยายามสร้างให้เป็นเเบบชาติไทยนิยมตามที่มีผู้อ่านตั้งข้อสังเกตุ การรับราชการทหารดูเสมือนหนึ่งเป็นอาชีพสงวนให้คนไทยอาจเนื่องเพราะเกี่ยวกับความจงรักภักดีในสถาบันพระมหากษัตริย์เเละยิ่งในสมัยโบราณถ้าไม่มีความสามารถจริงคงจะไต่เต้าได้ยากมากเพราะระบบศักดินาเข้มข้นมากการกีดกันก็มาก ทุกวันนี้ก็มากจะเก่งไม่เก่งดูจะเป็นเรื่องรองต้องเอาความจงรักภักดีเป็นตัวเลือก การทหารของประเทศเราจึงไม่ค่อยรุดหน้าในวิชาชีพเเละในขีดความสามารถวิทยาการ       

ผู้แสดงความคิดเห็น ชาวเมืองตาก วันที่ตอบ 2011-03-07 22:28:53


ความเห็นที่ 46 (1535942)

อีกแนว...

ดูรูปหน้า

http://img155.imageshack.us/i/58057259.jpg/
ดูรูปหน้าระหว่างพระยาตากสิน กับ พระจุลจอมเกล้า

http://img851.imageshack.us/i/55186783.jpg/
ลำดับแรก ดูโครงหน้า ดูที่ปาก (แม่สลับกับเมีย)
ลำดับที่สอง (ผู้หญิงคนลำดับที่สองเป็นแม่ ถอดรูปหน้ามา) และสาม ดูลักษณะหน้าตา คิ้ว รูปปาก (บรรพบุรุษ)

เอกสาร
https://docs.google.com/viewer?a=v&pid=explorer&chrome=true&srcid=0BzuzLvhHB3zaN2M0NjU2NmEtM2IwYS00NjYwLWExYzAtYzk5NGRiNjU3NTJl&hl=en

https://docs.google.com/viewer?a=v&pid=explorer&chrome=true&srcid=0BzuzLvhHB3zaMTUzYzA3NmQtNTlkMS00MjI2LWIyMTQtN2Q2ZGZiMTNkZDUz&hl=en

ผู้แสดงความคิดเห็น ก้อง วันที่ตอบ 2011-03-14 20:41:09


ความเห็นที่ 47 (1536287)

ในยามที่จะเชื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
ขอให้เราวางใจให้เป็นกลาง วางอคติที่เรามีต่อสิ่งรอบตัวลงก่อน
แล้วคิดใคร่ครวญให้ดี ตามที่พระพุทธองค์เคยมอบข้อคิดให้เราไว้
นั่นคือ หลักกาลามสูตร มาเตือนสติ
โดยเฉพาะน้องๆเยาวชน ที่ยังผ่านโลกมาน้อย มีโอกาสจะพลาดได้มากกว่าผู้ที่มีวัยวุฒิและคุณวุฒิที่มากพอ

ในขณะเดียวกัน
ต่อให้ฝั่งที่เราไม่เห็นด้วย มีเหตุผลที่ดี หรือแม้แต่มีข้อมูลที่ถูกตรงตามความเป็นจริงทุกประการก็ตาม
แต่หากเราใจแคบ ยึดมั่นแต่ในแนวความคิดของตนเอง โดยไม่ยอมมองกลับไปอีกฝั่งหนึ่งเลย
เราอาจรู้สึกเสียดาย หรือเสียใจไปตลอดชีวิตเลยก็เป็นได้

ผู้แสดงความคิดเห็น ผ่านมา วันที่ตอบ 2011-03-16 22:22:50


ความเห็นที่ 48 (1536597)

เราเห็นว่าการบิดเบือนประวัติศาสตร์เป็นเรื่องน่ารังเกียจมาก โดยเฉพาะประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของประเทศ ด้านหนึ่งเพื่อรับรู้ความจริงในเหตุการณ์เเละผลที่เกิดพัฒนาการตามมา ตลอดจนตัวบุคคลใครเป็นใคร อีกด้านหนึ่งเพื่อเป็นคำอธิบายเเละเตือนสติให้เข้าใจต่อภาวะการณ์ในช่วงนั้นๆ ทั้งหลายทั้งปวงก็จะเป็นประโยชน์ต่อด้านการศึกษา พัฒนาการทางสังคม ทั้งนี้เพื่อการมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศนี้ เพราะไม่มีใครจะมารับผิดชอบต่อชะตาชีวิตของเราได้ ดังนั้นการเเสวงหาความจริงเป็นความจำเป็นอันดับเเรก อย่าไปกลัวความจริง คนในสังคมก็จะกล้าอยู่กับความจริง สังคมเราก็จะกล้ารับในเหตุเเละผล มากขึ้น เกิดความรู้สึกในความจริงใจ ความขัดแย้งอาจคลี่คลายได้เร็วกว่า นอกจากนี้เรายังเห็นว่าสังคมที่เต็มไปด้วยการครอบงำของชนชั้นปกครอง เป็นปรากฏการณ์ที่บั่นทอนในสิทธิเสรีภาพ การกุมอำนาจ เเละปกครองโดยปราศจากการยินยอมจากประชาชนเป็นความป่าเถื่อนของกลุ่มบุคคลเเละผู้สนับสนุนที่ขี้ขลาดหลบซ่อนในหลังม่าน เเละเรายังเชื่อว่าพวกที่ชอบเรียกตัวเองเป็นสถาบันหลัก ก็ไม่ใช่สถาบันที่จะมาเที่ยวให้โอวาทหรืออบรมใครต่อใคร หากเเต่เป็นการพยายามสร้างภาพลักษณ์เพื่อรักษาสถาณะเเละบทบาททางสังคมเท่านั้น เป็นที่น่าเสียดายที่ไม่เคยมีวิญญาณเเละใส่ใจสนับสนุนในระบอบประชาธิปไตย      

ผู้แสดงความคิดเห็น คนที่คอยเฝ้ามองติดตาม วันที่ตอบ 2011-03-18 22:18:50


ความเห็นที่ 49 (1538116)

ได้ฟังแล้วก็ใจหายหมดนะ  แต่ผมว่านะจะใช่

ผู้แสดงความคิดเห็น คนมีบุญแต่อดีตชาติ วันที่ตอบ 2011-03-30 14:24:00


ความเห็นที่ 50 (1538133)

ไม่รู้นะครับว่าที่ท่านพากันหยิบยกประวัติขององค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์อันใด  และจุดประสงค์ที่แท้จริงเพื่อสิ่งใด

ต้องการที่จะชำระประวัติศาสตร์ของแผ่นดินไทยในอดีต    หรือต้องการที่จะชี้นำ ,  ครอบงำ ,  จงใจเบี่ยงเบนให้เกิดความแตกแยก  ให้เกิดความ  ชิงชังในมหาราชวงค์จักรี   ตัวของผมเองเกิดไม่ทันกลับในส่วนของโลกในอดีต    แต่ตั้งแต่ผมเกิดและจำความได้ก็ได้อาศัยแผ่นดินที่เรียกกันว่าประเทศไทยเป็นที่อยู่อาศัย  ได้รับการศึกษาความรู้   ให้รู้คุณรู้โทษ   ประกอบอาชีพตามปกติสุข  ตามคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนา  ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ตนเองและผู้อื่น   ไม่คิดชั่ว  พูดชั่ว  ทำชั่ว  แค่นี้ก็มีคามสุขดีในฐานะของราษฎรขององค์พ่อหลวง  ในส่วนตัวไม่สำคัญหรอกนะครับว่าอดีตเป็นเช่นไร   ต้นตระกูลของผมในสมัยนั้นเป็นใคร  เพราะเอาจริงๆ  ต้นตระกลูของผู้ที่ออกมากล่าวหาราชวงค์จักรีอาจจะเป็นผู้ที่เปิดประตูเมืองทำให้เราเสียกรุงในอดีตก็ได้   ฉนั้นท่านทั้งหลายจงอย่าได้ไปคิดติดตามเรื่องที่มันเป็นอดีตเลย  มันไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันแท้จริงขึ้นได้เลย   มีแต่สูญเสียเวลาไปเปล่า    แต่กลับกันท่านทั้งหลายควรจะมองถึงคุณถึงประโยชน์ในสิ่งที่ราชวงค์นี้ตลอดจนราชวงค์ก่อนหน้าทุกๆ  ราชวงค์ได้กระทำเพื่อเป็นประโยชน์แก่แผ่นดิน  ตัวพวกเราเองสามารถทำคุณประโยชน์ใดๆ ให้แก่บ้านเมืองได้อย่างไรบ้าง หากท่านคิดว่าท่านได้ทำการที่เป็นคุณประโยชน์ต่อแผ่นดินได้มากกว่าราชวงค์นี้แล้ว  ค่อยออกมาว่าออกมาพูดจาน่าจะเหมาะกว่านะครับ  ไม่ใช่คอยแต่สร้างความแตกแยกว่าผู้อื่นโดยที่ตัวตนเองก็ไม่ได้มีค่าอันใด  คิดดูง่าย ๆ  แล้วกันนะถ้าไม่มีการประกาศเลิกทาสขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕  ท่านก็คงจะไม่มีโอกาสมาแสดงกิริยา  วาจา  และกระทำเช่นนี้ได้เป็นแน่แท้   และด้วยความห่วงใย  ความทุ่มเท ต่อราษฎรของพระองค์ ในรัชกาลปัจจุบันทำให้พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมของชนชาติชาวไทยทั้งหลายทุกหมู่เหล่า  ทุกเชื้อชาติ  ทุกศาสนา  ซึ่งกระผมเองก็ยังมองไม่ออกอยู่ดีว่าท่านที่ออกมาแสดงเนื้อหาต่าง ๆ  เพื่อต้องการที่จะกล่าวหาราชวงค์ท่านเองสามารถทำได้ถึงเศษเสี้ยวของพระราชกรณียกิจแห่งราชวงค์จักรีตลอดจนราชวงค์ก่อนหน้าทุก ๆ  ราชวงค์ที่ได้ทำไว้เป็นคุณประโยชน์แก่แผ่นดินเกิด         สุดท้ายนี้ไม่ว่าท่านจะมีจุดประสงค์มุ่งหมายสิ่งใดขอเรียนให้ทราบว่าผมยังคงมีความจงรักภักดีต่อราชวงค์จักรี  และราชวงค์ก่อนหน้านี้ทุกราชวงค์  พระองค์ท่านทรงเหนื่อยมามากแล้วให้ท่านได้หายเหนื่อยและมีกำลังใจเถอะครับ   หยุดสร้างความแตกแยก  กลับมาสามัคคีเหมือนเช่นเดิมเถอะครับ   ส่วนบุคคลท่านใดที่ไม่สามารถรับได้กับการที่ต้องอาศัยอยู่บนพืนแผ่นดินนี้ก็เชิญท่านทั้งหลายจงไปหาแผ่นดินที่ท่านเห็นว่าสมควร   เป็นที่พึงพอใจแก่ท่านทั้งหลายใหม่เสียเถอะครับ  อย่ามายืนเหยียบบนพื้นแผ่นดินของปู่ย่าตายายที่ท่านกล่าวว่าไม่ดีนี้เลย  จงไปสร้างประวัติศาสตร์ตามที่ท่านต้องการ  ในแผ่นดินอื่นที่ไม่ใช่แผ่นดินไทยเถิด

ผู้แสดงความคิดเห็น ผมคือคนไทยที่ยืนอยู่บนพื้นแผ่นดินไทย วันที่ตอบ 2011-03-30 15:53:46



[1] 2 3 4 5 ถัดไป >>


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.