ReadyPlanet.com
dot


ความยุติธรรม


ความยุติธรรม เป็นสิ่งที่เราแสวงหาและต้องการความยุติธรรม
ความยุติธรรม คืออะไร อันนี้ตอบยาก
ความยุติธรรมกับความเสมอภาค ไม่เหมือนกัน

ความยุติธรรม ต้องให้คนได้รับสิ่งที่เขาควรจะได้รับ ถ้าเขาควรได้รับรางวัลก็ให้รางวัล ถ้าเขาควรได้รับโทษ ก็ให้ได้รับโทษ นี่เรียกว่าความยุติธรรม

ความยุติธรรมจริงๆนั้นคืออะไร ส่วนมากใครที่ได้รับผลประโยชน์ คนนั้นก็ว่ายุติธรรม คนเสียประโยชน์เขาก็ว่าไม่ยุติธรรม ถ้าอย่างนั้น ความยุติธรรมจริงๆคืออะไร บอกไปนิดหนึ่งแล้วว่า ในภาคปฏิบัติ ต้องให้เขาได้รับสิ่งที่ควรได้รับ ถ้าเขาควรได้รับรางวัลก็ให้เขารับรางวัล ถ้าเขาควรได้รับโทษ ต้องให้เขาได้รับโทษ

บางคนบอกว่าความยุติธรรมจริงๆไม่มี หรือมี แต่ไม่รู้อะไร ความยุติธรรมเป็นสากล เป็นจริงในตัวเอง หรือว่าไม่เป็นสากล ไม่เป็นจริงในตัวเอง หรือว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ มันเป็นสิ่งที่แล้วแต่ใครเป็นคนตัดสิน
มนุษย์เราโดยปกติ โดยทั่วไปมีอคติ เข้าข้างตัวเองบ้าง เข้าข้างพวกพ้องของตัวเองบ้าง ทั้งยังเกลียดชังผู้อื่นและพวกอื่น

อคตินี่แหละทำให้เสียความยุติธรรม

ฉันทาคติ  พอใจลำเอียงเพราะพอใจบ้าง

โทสาคติ   ลำเอียงเพราะไม่ชอบบ้าง

โมหาคติ   ลำเอียงเพราะไม่รู้เรื่องรู้ราว แต่ก็กระทำไปตามที่ไม่รู้เรื่อง
โมหาคติ ตามตัวแปลว่าลำเอียงเพราะหลง หลงเข้าใจผิด คือไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ ไม่รู้เรื่องรู้ราว ไม่รู้มันเป็นอย่างไร แล้วก็ทำไปเหมือนกับรู้

ภยาคติ     ลำเอียงเพราะความกลัว ถ้ามีอคติอย่างใดอย่างหนึ่งใน 4 อย่างนี้ ความยุติธรรมหายไป หาได้ยาก

เรื่องที่มนุษย์ตัดสินว่าผิด ถูก ดี หรือชั่ว แน่นอนคือไม่แน่นอน หรือว่าไม่แน่นอนเสมอไป เชื่อถือได้หรือเชื่อถือไม่ได้ ความรู้สึกว่าพวกเราหรือพวกเขา มันจะมาเป็นกำแพงกั้นความยุติธรรม คือปิดบังดวงปัญญา ทำให้ผู้รู้ทำอะไรอย่างคนโง่ และทำให้ผู้มีอำนาจลงโทษคนที่ไม่ผิด ทำให้อาจารย์ทำร้ายลูกศิษย์ เช่น อาจารย์ขององคุลิมาล ยืมมือคนอื่นประทุษร้าย เพราะโมหาคติ และภยาคติของตน ทำให้อาจารย์ผู้สอนธรรม กลายเป็นผู้ไร้เสียซึ่งความยุติธรรม

ความโง่เขลาเบาปัญญาเพราะอคติ ตามที่กล่าวนี้ทำให้ผู้ครองนคร กลายเป็นฆาตกร ตัวอย่างเช่นพระเจ้าปเสนทิโกศล ในสมัยพุทธกาลวางแผนฆ่าพันธุลเสนาบดี พร้อมด้วยบุตรจำนวนมาก ผู้ไม่มีความผิดเลยแม้แต่น้อยนี้เรื่องยาว ยกมา พอเห็นตัวอย่าง

ความยุติธรรมตามธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ดีที่สุดหรือว่าเชื่อถือได้ที่สุด เช่น การประพฤติผิดต่อธรรมชาติของร่างกายภายนอก ก็ได้รับผลตอบแทนมา เช่น กินของเผ็ดเข้าไป มันก็ร้อนกระเพาะ กินของเปรี้ยวจัด มันก็แสบกระเพาะ มันเป็นความยุติธรรมสากล

ความยุติธรรมนี้อยู่ที่ใด พูดถึงความยุติธรรมประดิษฐ์นะครับก็อยู่ที่คน ถ้าเป็นความยุติธรรมที่คนตั้งขึ้น มันก็อยู่ที่คน ถ้าคนมีธรรม ความยุติธรรมก็มี ถ้าคนไม่มีธรรม ความยุติธรรมก็ไม่มี

เราจะขอความเป็นธรรมจากคนไม่มีธรรม เขาจะเอาที่ไหนให้ เพราะว่าเขาไม่มีธรรม เหมือนกับเราไปคั้นเม็ดทรายเพื่อจะเอาน้ำมัน เม็ดทรายมันไม่มีน้ำมัน เราไปคั้นให้ตาย น้ำมันมันก็ไม่ออกมา เราไปรีดเขาโคเพื่อจะได้น้ำนมโค ก็เหนื่อยแรงเปล่า เพราะที่เขามันไม่มี

เพราะฉะนั้น ความยุติธรรม มันก็อยู่ที่คนถ้าคนมีธรรม ฉะนั้นถ้าเราต้องการความยุติธรรม เราก็ต้องพยายามฝึกให้คนมีธรรม ถ้าคนไม่มีธรรม มันก็ไม่ยุติธรรม จะเอาที่ไหนมาให้

ปัญหาหนึ่งว่า ถ้าความยุติธรรมมาเผชิญหน้ากับเมตตากรุณา ถ้ามันสอดคล้องกันไปได้ ไม่ขัดแย้งกัน มีความยุติธรรมด้วย ไม่เสียเมตตากรุณาด้วย ได้เมตตากรุณาด้วย ได้ความยุติธรรมด้วย อย่างนั้นก็ดี ไม่มีปัญหา

แต่ถ้าเกิดขัดแย้งกันขึ้นระหว่างเมตตากรุณา กับความยุติธรรมเราจะเอาอะไรไว้และทิ้งอะไรไป เช่น ถ้าเผื่อประพฤติเมตตากรุณา ก็จะเสียความยุติธรรม ถ้าดำรงอยู่ในความยุติธรรม ก็จะเสียเมตตากรุณา ต้องยอมขาดเมตตากรุณา จะเอาอะไรไว้จะทิ้งอะไรไป เช่น

ครูกับนักเรียน ถ้าบอกข้อสอบกับนักเรียนบางคน เมตตากรุณากับนักเรียนคนนั้น กลัวเขาจะสอบตก แล้วเขาจะลำบาก ก็บอกข้อสอบเขาไป หรือตรวจข้อสอบให้เขาได้คะแนนดี ทั้งที่เขาทำไม่ได้ อย่างนี้แม้จะสำรวจใจแล้ว ว่ามีเมตตากรุณา แต่ว่ามันเสียความยุติธรรม

ท่านผู้รู้ท่านให้เอาอะไรไว้ก่อน เพราะเหตุไร ในกรณีที่คุณธรรม 2 อย่าง มาเผชิญหน้ากันและขัดแย้งกัน จำเป็นต้องทิ้งอย่างหนึ่งเอาไว้อย่างหนึ่ง ดูตัวอย่างเปาบุ้นจิ้นเป็นตัวอย่างที่ดี ท่านต้องดำรงรักษาความยุติธรรมเอาไว้ ดูเหมือนจะขาดเมตตากรุณา แต่ความจริงก็ไม่ใช่อย่างนั้น ต้องดำรงความยุติธรรมเอาไว้ เพราะว่าความยุติธรรมเป็นหน้าที่โดยตรงของคนทุกคน

เมตตากรุณา เป็นคุณธรรมเหมือนกัน แต่เมื่อมาพร้อมกันเป็นหน้าที่โดยอ้อม แต่ถ้าทำได้ เราประพฤติความยุติธรรม โดยไม่ให้เสียความเมตตากรุณา

แต่ถ้าประพฤติความเมตตากรุณาอย่าให้เสียความยุติธรรม ถ้าให้เสียความยุติธรรมแล้ว  

มันจะเสียไปหมดหลายอย่าง

ที่จริงเราสามารถจะผดุงความยุติธรรมไว้ได้ ด้วยเมตตากรุณานั่นเอง เช่น เราลงโทษคนเพื่อรักษาความยุติธรรม แล้วก็เป็นการเมตตากรุณาบุคคลผู้นั้นไปด้วย

เพื่อไม่ให้เขาทำผิดยิ่งไปกว่านั้น อันนี้ขอให้ทำความเข้าใจให้ดี

ในปรัชญากรีก มีนักปราชญ์คนหนึ่งของกรีกชื่อ ยูไทโฟ เป็นเพื่อนของโสเครติส ฟ้องบิดาของตนในฐานะที่ฆ่าคนใช้ในบ้านตาย โดยการมัดแล้วผลักลงคู คนนี้ก็จมน้ำตายอยู่ในคูนั้นเอง

คนใช้คนนี้ทะเลาะกับเพื่อนคนใช้ด้วยกัน แล้วฆ่าเพื่อนตาย เจ้าของบ้านรู้เข้าก็เลยจับมัดแล้วก็ผลักลงคู ไม่เอาใจใส่ ไม่ดูแล คนนี้ก็เลยตาย

ยูไทโฟไปศาลเพื่อฟ้อง ก็ไปเจอโสเครติส โสเครติส ถูกข้อหาว่าทำเด็กหนุ่มให้เสีย ด้วยคำสอนที่ล้ำหน้าเกินไป เขาคุยกันระหว่างยูไทโฟกับยูเครติส เรื่องความยุติธรรม ก็เป็นเรื่องน่าสนใจ สุทธิธรรม อสุทธิธรรม อะไรบริสุทธิ์ อะไรไม่บริสุทธิ์

ในกรณีของยูไทโฟนี้ ถามว่าเขาควรทำหรือไม่ควรทำ เขาอ้างว่าเขาทำเพื่อรักษาความยุติธรรม ไม่ให้บิดาเขาฆ่าคนตายโดยไม่มีความผิด

ท่านผู้ฟังก็ลองเอาไปคิดดูเป็นอาหารสมอง ทำนองนั้นจะช่วยหรือจะฟ้อง มันเป็นปัญหาที่ขัดแย้งกัน ระหว่างเมตตากรุณา ความกตัญญูกตเวที กับความยุติธรรม เมื่อมันมาเผชิญหน้ากันเข้า

สำหรับเรื่องความยุติธรรมนี้เป็นสิ่งจำเป็น ถ้าเราจะรักษาสัจจะ ก็ต้องรักษาสัจจะที่เป็นประโยชน์ และยุติธรรม ที่นักปราชญ์ท่านกล่าวว่า สจฺเจ อตเถ จ ธมฺเม จ อหุ สนฺโต ปติฏฺฐิตา ....ท่านสัตบุรุษกล่าวว่า สัตบุรุษทั้งหลายดำรงอยู่ในสัจจะที่เป็นประโยชน์ และเป็นธรรมคือยุติธรรม แม้จะเป็นความจริง

แต่ความจริงนั้นต้องเป็นประโยชน์และยุติธรรม จึงจะพูดได้หรือทำได้ รักษาได้

ทุกคนชอบความยุติธรรม แต่ว่าน้อยคนนักที่จะดำรงอยู่ในความยุติธรรมโดยสม่ำเสมอ โดยถูกต้อง เพราะว่าใจมันไม่เป็นธรรม

คัดลอกจาก... หนังสือ คติชีวิต (อาจารย์วศิน อินทสระ) 

ผู้ตั้งกระทู้  Li(Schoolofdhamma.com)



ผู้ตั้งกระทู้ schoolofdhamma.com :: วันที่ลงประกาศ 2009-01-05 01:51:04


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (1478353)

 เเม้นเป็นภิกษุ ไม่ต้องถามเลยความยุติธรรม เเค่เมตตายังไม่มีเลยโยมจ๊า

ผู้แสดงความคิดเห็น คนข้างวัดอินทาราม วันที่ตอบ 2009-12-22 06:58:48


ความคิดเห็นที่ 2 (1510788)

มีประโยชน์ดี

ผู้แสดงความคิดเห็น มุก วันที่ตอบ 2010-09-22 19:13:04


ความคิดเห็นที่ 3 (1511300)

ใช้ได้ค่ะ^O^

ผู้แสดงความคิดเห็น ***** วันที่ตอบ 2010-09-27 12:57:28


ความคิดเห็นที่ 4 (1511301)

ฉันทาคติ  พอใจลำเอียงเพราะพอใจบ้าง

โทสาคติ   ลำเอียงเพราะไม่ชอบบ้าง

โมหาคติ  
ลำเอียงเพราะไม่รู้เรื่องรู้ราว แต่ก็กระทำไปตามที่ไม่รู้เรื่อง
โมหาคติ ตามตัวแปลว่าลำเอียงเพราะหลง หลงเข้าใจผิด คือไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ ไม่รู้เรื่องรู้ราว ไม่รู้มันเป็นอย่างไร แล้วก็ทำไปเหมือนกับรู้

ภยาคติ    
ลำเอียงเพราะความกลัว ถ้ามีอคติอย่างใดอย่างหนึ่งใน 4 อย่างนี้ ความยุติธรรมหายไปหาได้ยาก

คำแนะนำดีมากคร๊ะ หุหุหุหุ

ผู้แสดงความคิดเห็น 321. วันที่ตอบ 2010-09-27 13:01:43


ความคิดเห็นที่ 5 (1513977)

เห็นด้วยครับ .....ความเมตตา....ความยุติธรรม....สิทธิมนุษยชน......อคติ4                       คำพวกนี้ความหมายลึกๆ มันน่าจะอยู่ในใจคน ทำอย่างไรดีครับ! ..พี่น้องครับ! ....

ผู้แสดงความคิดเห็น Mon. (thaweepon_mon-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-10-16 13:11:45


ความคิดเห็นที่ 6 (1514579)

ดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น 35446 วันที่ตอบ 2010-10-21 20:31:59


ความคิดเห็นที่ 7 (1530426)

 คำแนะนำดีมากๆๆๆ       ขอบคุณค่ะ   เป็นประโยชน์มากเลย

ผู้แสดงความคิดเห็น ปุยฝ้าย วันที่ตอบ 2011-02-03 17:52:06


ความคิดเห็นที่ 8 (1530648)

 ที่จริงเราสามารถจะผดุงความยุติธรรมไว้ได้ ด้วยเมตตากรุณานั่นเอง เช่น เราลงโทษคนเพื่อรักษาความยุติธรรม แล้วก็เป็นการเมตตากรุณาบุคคลผู้นั้นไปด้วย

ผู้แสดงความคิดเห็น nuttawut วันที่ตอบ 2011-02-05 22:48:42


ความคิดเห็นที่ 9 (1534473)

   ความยุติธรรมคือจิตสำนึกของผู้ตัดสิน ที่มืคุณธรรมไม่เห็นแก่พวกพ้อง

ที่กระทรวงยุติ........ธรรมในประเทศไทยไม่มี  นอกจากไร้จิตสำนึกของข้าราชการที่ดีแล้ว

ยังขาดจิตสำนึกของความเป็นมนุษย์อีกด้วย ขาดคุณสมบัติแบบนี้ อายบ้างไหมที่กินเงินเดือนจากภาษีประชาชน

อายบ้างไหมที่ส่งไปให้อ่านแล้วยังมีน่ามาลบทิ้ง    จิตสำนึกไม่มียังกล้านั่งทำงานหน้าตาเฉย

ทำให้ประเทศไม่พัฒนายังไม่มีความละอาย

ผู้แสดงความคิดเห็น สิริ มิลส์ วันที่ตอบ 2011-03-04 14:58:51


ความคิดเห็นที่ 10 (1544002)

 

ที่ ๑๑๒/๑๙๖  หมู่ที่๗ ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์
รหัสไปรษณีย์ ๓๒๐๐๐
 
เรื่อง   ร้องขอความเป็นธรรมใน คดีหมายเลขดำ 623/2552 คดีหมายเลขแดง 624/2553 
           ศาลจังหวัดสุรินทร์   ความอาญา ระหว่าง 
           พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์                โจทก์
           นายอุทัยโชติบุตร กับพวกรวม 2 คน        จำเลย
 
เรียน    ผู้มีความเมตตาช่วยเหลืออนุเคราะห์ให้ความเป็นธรรม
            ข้าพเจ้า นายอุทัย   โชติบุตร อยู่บ้านเลขที่ ๑๑๒/๑๙๖ หมู่ที่ ๗ ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ และ นายณัฐวุฒิ เครือวัลย์ อยู่บ้านเลขที่๒๕๐/๗๖ หมู่ ๑๙ ตำบลนอกเมือง อำเภอเมือง จังหวัด สุรินทร์ ได้แต่งตั้งทนายความ ชื่อ สุชาโต ประดับสุข เพื่อทำหน้าที่เป็นทนายในการแก้ต่างและซักค้านพยานโจทก์ตั้งแต่วันที่ ๒๐ เดือน กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่งหลังจากได้แต่งตั้งให้เป็นทนายความของจำเลย แล้วนาย สุชาโต ประดับสุข ไม่เคยติดต่อจำเลยกับพวกไปเตรียมการเบิกความกับศาลเลย จำเลยกับพวกได้ติดต่อท่าน ท่านก็ให้ความหวังว่าไม่ต้องห่วงคดีนี้ศาลคงยกฟ้อง จนเหลืออีก ๔ วันก่อนนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยทนายความ สุชาโต ประดับสุข ได้มาขอรับค่าว่าความส่วนที่เหลือไว้จนครบ พอถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๓ จำเลยกับพวก พยานและญาติๆไปที่ศาล ไม่เห็น นายสุชาโต ประดับสุข มาทำหน้าที่จนเวลาประมาณ ๐๙.๓๐ น.
นาย วชิระ ผาสุก มาบอกว่า นายสุชาโตประดับสุข ไม่ว่างไปราชการที่กรุงเทพฯ ให้ผมมาทำหน้าที่แทน จนเวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น. ศาลได้สืบพยานโจทก์ พอสืบพยานโจทก์เสร็จ ผู้พิพากษาได้ถามทนายจำเลยว่า พร้อมที่จะสืบพยานจำเลยต่อหรือไม่ ทนายจำเลยบอกว่าพร้อมทั้งๆที่จำเลยและพยานบอกว่ายังไม่พร้อม ขอเป็นวันที่ ๑๙ พฤษพาคม ๑๕๕๓ ตามที่ศาลนัด แต่ทนายจำเลยบอกว่าไม่เป็นไรสืบพยานจำเลยให้เสร็จในวันนี้เลย สุดท้ายศาลก็สืบพยานจำเลยโดยให้จำเลย นาย อุทัย โชติบุตร และ
นาย ณัฐวุฒิ เครือวัลย์ เบิกความ ส่วนพยานบุคคลคือ นาย สนอง เครือวัลย์ และพยานเอกสารคือสำเนาบันทึกการตรวดสอบพื้นที่ของเจ้าหน้าที่วนอุทยานพนมสวาย ซึ่งมาตรวจพื้นที่และได้ลงความเห็นว่า
ไม่มีความผิดตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ ซึ่งบันทึกดังกล่าวเป็นเอกสารหลักฐานสำคัญ เพราะเป็นเอกสารที่เจ้าหน้าที่วนอุทยาน เจ้าหน้าที่ป่าไม้พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีร้อยเวรที่ทำสำเนาฟ้องลงชื่อด้วยรวม ๑๙ คน ส่วนผู้นำแจ้งและนำสำรวจไม่ยอมลงนาม ทนายจำเลยไม่นำมาเบิกความให้เป็นประโยชน์แก่จำเลยทั้งสองคน การทำหน้าที่ของทนายจำเลยในครั้งนี้ถือว่าทำงานบกพร่องขาดความเอาใจใส่ขาดความรับผิดชอบและขาดจรรยาบรรณในวิชาชีพทนายความ จึงส่งผลให้ศาลชั้นต้น ต้องตัดสินลงโทษจำเลยทั้งสองตามสำเนาเอกสารคำพิพากษา ลงวันที่ ๓๐ เดือน มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๓ ลงโทษจำเลยทั้งสองติดคุกหนึ่งปี โดยไม่รอลงอาญา
          เรื่อง ทั้งหมดเหล่านี้ข้าพเจ้าได้ชี้แจงและเสนอไปตั้งแต่ต้น พร้อมพยาน เอกสาร หลักฐานอื่นๆอีกมากมายมาประกอบให้ชี้ชัดเพื่อพิสูจน์ให้เห็นในความเป็นจริงทั้งหมดเหล่านี้มีอีกมากมายมาประกอบแต่ทนายก็กลับไม่นำมาประกอบชี้แจงให้เกิดประโยชน์ต่อข้าพเจ้า ทั้งๆที่ข้าพเจ้าพยายาม ชี้แจงขอร้อง
ให้ช่วย นำเอกสาร พยานและหลักฐานต่างๆ ที่มีอยู่ทั้งหมดที่จะเกิดประโยชน์ต่อข้าพเจ้านำมาแสดง
แล้วทำให้ข้าพเจ้าไม่ได้รับความยุติธรรมเป็นอย่างมาก จนถูกตัดสินต้องโทษ โดยไม่มีความผิดในครั้งนี้
 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น ปรารถนา สุขพร้อม วันที่ตอบ 2011-05-05 22:37:03


ความคิดเห็นที่ 11 (1544003)

 

ที่ ๑๑๒/๑๙๖  หมู่ที่๗ ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์
รหัสไปรษณีย์ ๓๒๐๐๐
 
เรื่อง   ร้องขอความเป็นธรรมใน คดีหมายเลขดำ 623/2552 คดีหมายเลขแดง 624/2553 
           ศาลจังหวัดสุรินทร์   ความอาญา ระหว่าง 
           พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์                โจทก์
           นายอุทัยโชติบุตร กับพวกรวม 2 คน        จำเลย
 
เรียน    ผู้มีความเมตตาช่วยเหลืออนุเคราะห์ให้ความเป็นธรรม
            ข้าพเจ้า นายอุทัย   โชติบุตร อยู่บ้านเลขที่ ๑๑๒/๑๙๖ หมู่ที่ ๗ ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ และ นายณัฐวุฒิ เครือวัลย์ อยู่บ้านเลขที่๒๕๐/๗๖ หมู่ ๑๙ ตำบลนอกเมือง อำเภอเมือง จังหวัด สุรินทร์ ได้แต่งตั้งทนายความ ชื่อ สุชาโต ประดับสุข เพื่อทำหน้าที่เป็นทนายในการแก้ต่างและซักค้านพยานโจทก์ตั้งแต่วันที่ ๒๐ เดือน กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่งหลังจากได้แต่งตั้งให้เป็นทนายความของจำเลย แล้วนาย สุชาโต ประดับสุข ไม่เคยติดต่อจำเลยกับพวกไปเตรียมการเบิกความกับศาลเลย จำเลยกับพวกได้ติดต่อท่าน ท่านก็ให้ความหวังว่าไม่ต้องห่วงคดีนี้ศาลคงยกฟ้อง จนเหลืออีก ๔ วันก่อนนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยทนายความ สุชาโต ประดับสุข ได้มาขอรับค่าว่าความส่วนที่เหลือไว้จนครบ พอถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๓ จำเลยกับพวก พยานและญาติๆไปที่ศาล ไม่เห็น นายสุชาโต ประดับสุข มาทำหน้าที่จนเวลาประมาณ ๐๙.๓๐ น.
นาย วชิระ ผาสุก มาบอกว่า นายสุชาโตประดับสุข ไม่ว่างไปราชการที่กรุงเทพฯ ให้ผมมาทำหน้าที่แทน จนเวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น. ศาลได้สืบพยานโจทก์ พอสืบพยานโจทก์เสร็จ ผู้พิพากษาได้ถามทนายจำเลยว่า พร้อมที่จะสืบพยานจำเลยต่อหรือไม่ ทนายจำเลยบอกว่าพร้อมทั้งๆที่จำเลยและพยานบอกว่ายังไม่พร้อม ขอเป็นวันที่ ๑๙ พฤษพาคม ๑๕๕๓ ตามที่ศาลนัด แต่ทนายจำเลยบอกว่าไม่เป็นไรสืบพยานจำเลยให้เสร็จในวันนี้เลย สุดท้ายศาลก็สืบพยานจำเลยโดยให้จำเลย นาย อุทัย โชติบุตร และ
นาย ณัฐวุฒิ เครือวัลย์ เบิกความ ส่วนพยานบุคคลคือ นาย สนอง เครือวัลย์ และพยานเอกสารคือสำเนาบันทึกการตรวดสอบพื้นที่ของเจ้าหน้าที่วนอุทยานพนมสวาย ซึ่งมาตรวจพื้นที่และได้ลงความเห็นว่า
ไม่มีความผิดตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ ซึ่งบันทึกดังกล่าวเป็นเอกสารหลักฐานสำคัญ เพราะเป็นเอกสารที่เจ้าหน้าที่วนอุทยาน เจ้าหน้าที่ป่าไม้พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีร้อยเวรที่ทำสำเนาฟ้องลงชื่อด้วยรวม ๑๙ คน ส่วนผู้นำแจ้งและนำสำรวจไม่ยอมลงนาม ทนายจำเลยไม่นำมาเบิกความให้เป็นประโยชน์แก่จำเลยทั้งสองคน การทำหน้าที่ของทนายจำเลยในครั้งนี้ถือว่าทำงานบกพร่องขาดความเอาใจใส่ขาดความรับผิดชอบและขาดจรรยาบรรณในวิชาชีพทนายความ จึงส่งผลให้ศาลชั้นต้น ต้องตัดสินลงโทษจำเลยทั้งสองตามสำเนาเอกสารคำพิพากษา ลงวันที่ ๓๐ เดือน มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๓ ลงโทษจำเลยทั้งสองติดคุกหนึ่งปี โดยไม่รอลงอาญา
          เรื่อง ทั้งหมดเหล่านี้ข้าพเจ้าได้ชี้แจงและเสนอไปตั้งแต่ต้น พร้อมพยาน เอกสาร หลักฐานอื่นๆอีกมากมายมาประกอบให้ชี้ชัดเพื่อพิสูจน์ให้เห็นในความเป็นจริงทั้งหมดเหล่านี้มีอีกมากมายมาประกอบแต่ทนายก็กลับไม่นำมาประกอบชี้แจงให้เกิดประโยชน์ต่อข้าพเจ้า ทั้งๆที่ข้าพเจ้าพยายาม ชี้แจงขอร้อง
ให้ช่วย นำเอกสาร พยานและหลักฐานต่างๆ ที่มีอยู่ทั้งหมดที่จะเกิดประโยชน์ต่อข้าพเจ้านำมาแสดง
แล้วทำให้ข้าพเจ้าไม่ได้รับความยุติธรรมเป็นอย่างมาก จนถูกตัดสินต้องโทษ โดยไม่มีความผิดในครั้งนี้
 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น กัลยา วันที่ตอบ 2011-05-05 22:38:29


ความคิดเห็นที่ 12 (1552030)

ขอบคุณค่ะที่เอาความรู้มาแบ่งปัน

ผู้แสดงความคิดเห็น วราพร วันที่ตอบ 2011-06-14 09:56:04


ความคิดเห็นที่ 13 (1553253)

ขออัญเชิญพระบรมราโชวาทขององค์พ่อหลวงในเรื่องเกี่ยวกับการใช้กฎหมายและ การเข้าใจถึงสาระอันเป็นที่สุด ของการมีกฎหมายขึ้นมาใช้

๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙ 

๑. “...กฎหมายมีไว้สำหรับให้มีความสงบสุขในบ้านเมือง มิใช่ว่ากฎหมายมีไว้สำหรับบังคับประชาชน ถ้ามุ่งหมายที่จะบังคับประชาชนก็กลายเป็นเผด็จการ กลายเป็นสิ่งที่บุคคลหมู่น้อยจะต้องบังคับกับบุคคลหมู่มาก ในทางตรงกันข้าม กฎหมายมีไว้สำหรับให้บุคคลส่วนมากมีเสรีและอยู่ได้ด้วยความสงบ...” 

*พระบรมราโชวาทพระราชทานแก่คณะกรรมการจัดงาน “วันรพี” ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ๒๗ มิถุนายน ๒๕๔๑ 

๒. “...กฎหมายนั้นไม่ใช่ตัวความยุติธรรม เป็นแต่เพียงเครื่องมืออย่างหนึ่ง สำหรับใช้ในการรักษาและอำนวยความยุติธรรมเท่านั้น การใช้กฎหมายจึงต้องมุ่งหมายใช้เพื่อรักษาความยุติธรรม ไม่ใช่เพื่อรักษาตัวบทของกฎหมายเอง และการรักษาความยุติธรรมในแผ่นดิน ก็มิได้มีวงแคบอยู่เพียงแค่ขอบเขตของกฎหมาย หาก ต้องขยายออกไปให้ถึงศีลธรรมจรรยาตลอดจนเหตุและผลตามความเป็นจริง ด้วย...” 

*พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพิธีพระราชทานประกาศนียบัตรแก่ผู้สอบไล่ได้วิชาความรู้ชั้นเนติบัณฑิตยสภา สมัยที่ ๓๓ ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร ๒๙ ตุลาคม ๒๕๒๔ 

๓. “...กฎหมายมิใช่ตัวความยุติธรรม หากเป็นแต่เพียงบทบัญญัติหรือปัจจัยที่ตราไว้เพื่อรักษาความยุติธรรม ผู้ใดก็ตามแม้ไม่รู้กฎหมายแต่ถ้าประพฤติปฏิบัติด้วยความสุจริตแล้วควรจะได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายอย่างเต็มที่ ตรงกันข้าม คนที่รู้กฎหมายแต่ใช้กฎหมายไปในทางทุจริตควรต้องถือว่าทุจริต ...” 

*พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานประกาศนียบัตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร ๒๙ ตุลาคม ๒๕๒๒ 

๔. “...กฎหมายทั้งปวง จะธำรงความยุติธรรมและความถูกต้องเที่ยงตรง มีความศักดิ์สิทธิ์และประสิทธิภาพเต็มเปี่ยมหรือไม่เพียงไรนั้น ขึ้นอยู่กับการใช้ หากนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์และ เจตนารมณ์ หรือด้วยเจตนาไม่สุจริตต่างๆ กฎหมายก็เสื่อม ความศักดิ์สิทธิ์และ กลายเป็นภัยต่อประชาชน ...” 

*พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานประกาศนียบัตรของสำนักอบรมศึกษา กฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๒๐ 

๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้เสียหายทางการแพทย์ วันที่ตอบ 2011-06-21 09:28:27


ความคิดเห็นที่ 14 (1553910)

ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นสำหรับความคิดเห็นที่ 10-11 นะคะ  ในการตัดสินคดีของศาลนั้น เชื่อว่าศาลท่านใช้ดุลยพินิจในการตัดสินคดี ซึ่งประเด็นในการลงโทษจะต้องมีว่าจำเลยกระทำความผิดจริงหรือไม่ ซึ่งหากเมื่อคุณได้กระทำความผิดศาลก็ต้องลงโทษ ต่อให้คุณจะมีทนายให้เก่งแค่ไหนก็ตาม บางครั้งคนเราไม่ควรใช้อคติมากไป  เมื่อทำผิดก็ต้องรับผิดค่ะ เพราะต่อไปหากทนายคนไหนรับว่าความแล้วลูกความติดคุกก็คงถูกร้องเรียนกันหมด จึงเชื่อว่าผู้อยู่เบื้องหลังในการร้องเรียนนี้คงมีจรรยาบรรณวิชาชีพให้มากกว่านี้นะคุ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น คนศาล วันที่ตอบ 2011-06-24 14:13:33


ความคิดเห็นที่ 15 (1559065)

อยากรู้ประโยชน์ของความยุติธรรมค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น เบล วันที่ตอบ 2011-07-20 18:44:30


ความคิดเห็นที่ 16 (1568940)

ความยุติธรรมยังมีในโลกอีหรอ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น teerawat (velocity473-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-09-12 04:21:15


ความคิดเห็นที่ 17 (1569410)

จริงเหรอครับ เรื่องความยุติธรรมผมคนนึงที่เจอเรื่องราวมา ผมเป็นหทารได้สอบเลื่อนชั้นยศ คะแนนสูงกว่ารุ่นพี่อีกคนมาก แต่รุ่นพี่คนนั้นได้ชั้นยศที่สูงกว่า อย่างนี้เข้าเรียกว่ามีความยุติธรรมหรือไม่ ?

ผู้แสดงความคิดเห็น คนท้อแท้ใจ วันที่ตอบ 2011-09-13 14:51:45


ความคิดเห็นที่ 18 (1577783)

ขณะนี้..วันนี้ 12 กันยายน 2554 ครอบครัวดิฉันรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง เพราะความไม่รู้กฏหมาย
เป็นครอบครัวธรรมดาครอบครัวหนึ่ง ที่ทำมาหากินโดยไม่คิดจะเบียดเบียนใคร แต่หากตอนนี้ ..ทำไม
ครอบครัวของเราถึงต้องประสบปัญหาซึ่งเกี่ยวกับความไม่ยุติธรรม ..และหาข้อยุติไม่ได้..
และเหตุการณ์ต่อไปก็ไม่สามารถจะคาดเดาได้เลย ครอบครัวของเราต้องถูกบีบคั้นและกดดันเป็นอย่างยิ่ง
เราไม่รู้ว่าจะหันหน้าเข้าหาใคร หรือปรึกษาใครได้เลย .
ไม่มีใครให้คำตอบเราด้วยความจริงใจ และยุติธรรม ...ทำไมคะ?...จะต้องให้ครอบครัวเราร้องไห้อีกเท่าไหร่
จะต้องให้ครอบครัวธรรมดาครอบครัวหนึ่ง..ยอมทุกอย่างทั้งๆ ที่มันไม่ถูกต้องเลยหรือคะ..
จะมีใครบ้างคะในโลกนี้ ที่ให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวของเราได้บ้าง...และแสดงความจริงใจที่พร้อมจะช่วย
อย่างจริงใจ..เข้าใจคะว่าเราต้องใช้เงินในการดำเนินชีวิต..แต่อย่าให้เงินซื้อได้แม้ความถูกต้อง หรือความเป็นคนได้มั๊ยคะ
เงินที่ครอบครัวเราหามาได้ก็พอที่จะเลี้ยงคนภายในครอบครัวได้ ..แต่ตอนนี้มันแทบจะไม่เหลือเพราะต้องมาสู้คดี
ทั้งๆที่รู้ว่าหนทางมันไกลมาก..เพราะทุกอย่างต้องใช้เิงินหมด..เรามีหลักฐานและเอกสารอยู่ในมือแต่กลับสู้คนที่ไม่
มีเอกสารอยู่ในมือได้เลย มันเพราะอะไรคะ..คำตอบที่ครอบครัวเราได้รับอยู่ตอนนี้คือเรายื่นเรื่องไม่ทัน..เราไม่ส่วนเกี่ยวข้อง
ทั้งๆ ที่มันเป็นสิทธิ์ของเรา...ขอโทษท่านผู้อ่าน มา ณ ที่นี้ หากท่านเป็นผู้รักความถูกต้องและความยุติธรรม
ได้โปรดช่วยครอบครัวดิฉันด้วยนะคะ..ดิฉันไม่รู้จะสามารถหันหน้าปรึกษาใครได้เลย หากท่านมีเมตตาจิตที่ดี ได้โปรด
ดิฉันและครอบครัวเสียใจเป็นอย่างยิ่ง และหมดกำลังใจที่จะสู้ต่อ หากเราต้องเจอเรื่องแบบนี้ในสังคมไทย
ครอบครัวของเราทุกคน ท้ิอใจเป็นอย่างยิ่ง และไม่คิดที่จะอ่อนแอ ..แต่มันเหนื่อยเหลือเกินค่ะ


""พ่อของดิฉัน ป่วยเป็นเบาหวาน โรคหัวใจ และพึ่งเสียแม่ได้เมื่อตอนต้นปี ท่านต้องมาสู้กับพวกใช้อิทธิพลข่มเหง แต่ท่านก็ไม่เคยถอย
ดิฉันเป็นห่วงท่านมากค่ะ ..เรา่ขอสู้เพื่อความถูกต้องค่ะ"



 

ผู้แสดงความคิดเห็น มินิ วันที่ตอบ 2011-10-11 11:45:41


ความคิดเห็นที่ 19 (3980862)

louboutin pas cher

levis 501

ผู้แสดงความคิดเห็น leilei3915 2016-4-20 leilei (linlei3915-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2016-04-20 09:38:45



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.